วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

สยท.วอนรัฐเร่งปราบโกง ส่งออกถุงมือยาง
ดับฝันไทยสู่ HUBกระทบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 
...................................................................................
 อุตสาหกรรมถุงมือยางรายเล็กและโรงงานบรรจุภัณฑ์ไทยได้รับผลกระทบหนัก เหตุนักธุรกิจต่างชาติไร้เชื่อมั่นเมินสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย  หลัง CNN กระจายข่ายทั่วโลกนักลงทุนชาวฮ่องกง ถูกขบวนการนายหน้าไทยฉ้อโกงหลอกโอนเงินมัดจำ เสียหายกว่า 100 ล้านบาท แต่ส่งสินค้าถุงมือยางไม่ครบ รวมถึงไม่ได้มาตรฐานลั่นพร้อมย้ายฐานหนีลงทุนประเทศเพื่อนบ้านแทนหากกฏหมายไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์
.................................................................................
โรงงานอุตสาหกรรมผลิตถุงมือยางและโรงงานบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กของไทย จำนวน 25 โรงงานได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหา นายหน้าฉ้อโกงและหลอกลวงนักลงทุนต่างชาติ ให้โอนเงินมัดจำค่าถุงมือยาง แต่กลับได้สินค้าไม่ครบและไม่ได้มาตรฐาน  จนทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น มาตรฐานถุงมือยางไทย ชะลอการนำเข้า


นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) กล่าวว่า  ขณะนี้ปัญหานายหน้าหลอกขายถุงมือยางที่ไม่ได้มาตรฐานของไทยโดงดังไปทั่วโลก โดยการรายงานข่าวของ CNNเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 64ว่าวงการถุงมือยางไทยไม่ได้มาตรฐาน และนักลงทุนถูกหลอก ส่งผลให้กระทบต่อความเชื่อมั่น โรงงานผลิตถุงมือยางขนาดเล็กที่คำสั่งซื้อชะลอตัว บางรายต้องถูกระงับการส่งออกเพราะต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นโดยในเรื่องนี้ ได้นำเสนอปัญหาต่อคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.)  มี พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเรียบร้อยแล้ว และที่ประชุมได้มอบหมายให้ร่วมกันแก้ปัญหาและหาทางออกเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมยางพาราและการลงทุนในประเทศไทย
นายอุทัยกล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของนักธุรกิจเฉพาะรายที่ถูกหลอกและฉ้อโกง แต่ความจริงแล้วผลกระทบเกิดขึ้นในวงกว้างเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ทำให้ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น
 “ ผมคิดว่าหากเหตุการณ์บานปลายต่างชาติไม่นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาง ก็จะส่งผลกระทบไปถึงเกษตรกรชาวสวนยางได้ เพราะยางดิบถือเป็นต้นน้ำ ขณะที่โรงงานแปรรูปน้ำยางข้น เป็นกลางน้ำ และสุดท้ายคือ ส่งออกถุงมือยางเป็นปลายน้ำ  ดังนั้นหากปลายน้ำเสียหายไม่ได้รับความเชื่อถือ ก็จะส่งผลกระทบมาถึงต้นน้ำในที่สุด”
ทั้งนี้นักธุรกิจที่ได้รับความเสียหายจากขบวนการนายหน้าหลอกขายถุงมือยาง ขณะนี้พบว่า มีหลายบริษัท แต่บริษัท เอช แอนด์เอช เมดิคอล ซับพลาย จำกัด ซึ่งเป็นของนักธุรกิจชางฮองกงได้รับความเสียหายมากกว่า100 ล้านบาทและได้แจ้งความดำเนินคดีกับขบวนการนายหน้าที่หลอกขายถุงมือยาง โดยขณะนี้รออัยการสั่งฟ้อง
เปิดขบวนการ”นายหลอก”ต่างชาติลงทุน
     ขณะที่ นาย วิทยา  ผุดผาด   ทนายความ บริษัท เอช แอนด์เอช เมดิคอล ซับพลาย จำกัด  ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีว่า ได้ แจ้งดำเนินคดี 2 คดี คือคดีแรกแจ้งความดำเนินคดีกับ บริษัท และนายหน้า   โดยแจ้งความคดีฉ้อโกงประชาชน และและ ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เนื่องจาก นำความอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์  
   ส่วนพฤติการณ์การฉ้อโกง เริ่มจาก โชว์สินค้า และโรงงานโฆษณาผ่านออนไลน์ว่า ผลิตถุงมือยางส่งออกได้   กระทั่ง บริษัทเอช แอนด์เอชได้ทำสัญญาสั่งซื้อ โดยคำสั่งซื้อแรก ต้องส่งถุงมือยาง 2ล้านกล่อง ให้ได้ตามคำสั่งซื้อภายใน 7-14 วันและ ให้บริษัทโอนเงินจำนวน 80 ล้าน  แต่เมื่อถึงเวลาส่งสินค้าไม่มีสินค้าส่ง  ซึ่งเมื่อติดตามได้มีการส่งสินค้าในเดือน กุมภาพันธ์ 64 ส่งไปยังสหรัฐอเมริกาประมาณ 4 หมื่นกล่อง แต่เมื่อตรวจสอบรหัสสินค้าพบว่าไม่ตรงกับบริษัทส่งออกแต่เป็นรหัสสินค้าของประเทศเวียดนามทำให้สินค้าไม่ผ่านการตรวจสอบ สหรัฐไม่รับสินค้า ยังตกค้างในสต๊อกไม่สามารถนำออกไปขายได้
ส่วนอีกคดี ได้แจ้งความอีกบริษัท ซึ่งจะส่งสินค้าส่งภายใน 7-14 วัน โดยมีการนถ่ายวิดิโอ โชว์สินค้าและโรงงาน และสามารถส่งสินค้าได้5 แสน  ซึ่งบริษัทโอนเงินไปแล้วรวมประมาณ  62 ล้านบาท
“สรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัท เอช แอนด์เอช กว่า 100 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้กำลังรอว่าอัยการจะสั่งฟ้องดำเนินดดีเมื่อไหร เพราะถือว่าสร้างความเสียหายต่อวงการอุตสาหกรรมยางเมืองไทยมาก”นาย วิทยากล่าว
นักลงทุนต่างชาติจี้รัฐบาลไทยแก้ปัญหา
  ด้านนางเฮเล็น ประธานบริษัท บริษัท เอช แอนด์เอช เมดิคอล ซับพลาย จำกัด จาก ฮ่องกง  เปิดเผยว่า รู้สึกขาดความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจกับประเทศไทย เดิมตั้งแต่ใจจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี เพราะว่าไทยเป็นดินแดนที่มีน้ำยางมีคุณภาพในการผลิตถุงมือยางที่มีคุณภาพ  ดังนั้น เมื่อปี 2563บริษัทจากสหรัฐได้ติดต่อเพื่อให้สั่งซื้อถุงมือยางก็มองมาที่ประเทศไทยเป็นอันดับแรก 
 จนได้ทำสัญญาสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทในไทยมูลค่า 80 ล้านบาท  จำนวนสินค้า 2 ล้านกล่อง และได้ชำระค่ามัดจำสินค้าล่วงหน้าไป จำนวน 62 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดส่งมอบกลับได้สินค้าเพียง 4 หมื่นกล่อง และสินค้าไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนั้นยังพบว่า สินค้าใช้ใบรับรองมาตรฐานปลอม ทำให้ถูกเก็บไว้กักไว้ที่สหรัฐ
“ ขณะที่ติดต่อสั่งซื้อได้ตรวจสอบทั้งสินค้าและโรงงานโดยบริษัทได้โชว์เอกสารหลักฐานทุกอย่างแต่เมื่อส่งสินค้าส่วนหนึ่ง นอกจากไม่ได้มาตรฐานแล้วยังไม่สามารถส่งสินค้าได้ตามข้อตกลงสัญญาที่ตกลงกันไว้
นางเฮเล็น กล่าวอีก  เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความกังวลเรื่องความเชื่อถือมั่นที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และส่งผลต่อภาพ ลักษณ์ประเทศไทย เพราะจริงๆแล้วต่างชาติหลายรายสนใจจะเข้ามาลงทุนในไทย  โดยเฉพาะบริษัทของตนที่มีเครือข่ายทั้งในยุโรปและสหรัฐ  หากรัฐบาลไทยยังไม่สามารถใช้กฏหมายดำเนินการกับกลุ่มบริษัทเหล่านี้ได้อย่างจริงจังเพิ่อนักลงทุนต่างประเทศก็จะต้องหันไปลงทุนประเทศอื่นแทน 
“ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติหลายรายตั้งใจจะเข้ามาลงทุนประเทศเมียนมาร์  แต่เกิดความไม่สงบทางการเมือง จึงเปลี่ยนใจและหันเข้ามาลงทุนในไทยแทน  รวมทั้งสิทธิประโยชน์ภาษีการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ บีโอไอ อาทิ  ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นเวลา 13 ปี  และ  สิทธิเช่าที่ดินได้นาน 99 ปี แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ ทางบริษัทได้แต่งตั้งบริษัทตัวแทนในไทยแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบริษัทเหล่านั้นแล้ว  “
ด้านนายยงฉาง แช่เป้า ในฐานะตัวแทนบริษัท เอช แอนด์เอช เมดิคอล ซับพลาย จำกัด  กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทของคุณเฮเลน สนใจจะเข้ามาลงทุนในไทย เพราะเคยเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากกว่า 15 ครั้ง และแม้จะเกิดเรื่องขึ้นก็ยังตั้งใจจะนำเงินเข้ามาลงทุนในหลายธุรกิจ อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่นอน  หมอนยางพารา  เป็นต้น  เพียงแต่อยากให้รัฐบาลตรวจสอบเรื่องการโฆษณาหลอกลวงของกลุ่มบริษัทดังกล่าวนี้ เพื่อการันตีว่าประเทศไทยมีกฏหมายเอาผิดกับกลุ่มบริษัทหลอกลวงหรือ บริษัทนายหน้าที่โฆษณาเกินจริง เพราะก่อนที่จะสั่งซื้อสินค้า บริษัทเหล่านั้นมีการโฆษณาโรงงานผลิตสินค้า เครื่องจักร ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอพรีเซ็นต์ที่น่าเชื่อถือ
“ผมคิดว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธศาสนา คงจะไม่มีทางหลอกหลวงกัน ไม่คิดว่าจะเกิดคดีแบบนี้กับบริษัท  ซึ่งผมเองยังเชื่อมั่นว่า บุคคลที่เป็นนายหน้าเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนเล็กๆเท่านั้น หากรัฐบาลไทยสามารถดำเนินคดีเอาผิดกับคนเหล่านี้ ก็จะสร้างความเชื่อมั่นกลับมาให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนได้ “ นายยงฉาง   กล่าว
นาย ชัยโรจน์ ธรรมรัตน์  เลขาธิการสมาคมนักวิชาการยางและถุงมือยาง  กล่าวว่า ปัญหาถุงมียางขาดความเชื่อถือ เนื่องจากขาดระบบการจัดการที่ดี ขาดการดูแล จากภาครัฐอย่างทั่วถึง ดังนั้นการช่วยเหลือ ของรัฐ มักจะมุ่งช่วยเหลือไปยังผู้ผลิตถุงมือที่มีโรงงานขนาดใหญ่ มีกำลังผลิตมาก โรงงานเหล่านี้มีผลกระทบน้อยไม่เดือดร้อน เพราะมีลูกค้าประจำคำสั่งซื้อระยะยาวอยู่ในมือแล้ว แต่โรงงานผลิตถุงมือยางธรรมชาติขนาดเล็ก ได้รับผลกระทบมาก ส่งออกไม่ได้
ทางสมาคมฯจึงได้พยายามเข้าไปประสานความช่วยเหลือ หาทางฟื้นฟูและสร้างความเชื่อถือให้เกิดขึ้นใหม่โดยทางสมาคมฯได้ ประสานงานโรงงานที่ได้รับผลกระทบ ช่วยให้มีการควบคุมสายการผลิตถุงมือยางธรรมชาติแบบได้มาตรฐาน ตามระเบียบโรงงานการผลิตถุงมือยางธรรมชาติ ของไทย ซึ่งจัดเป็นวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ จะต้องมีการ ตรวจสอบการผลิต ตามมาตรฐานวัสดุทางการแพทย์ 
ซึ่งทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีห้องปฏิบัติการที่ให้บริการตรวจสอบตัวอย่างถุงมือยางที่ต้องการใบรับรองเพื่อการส่งออก และยังมีหน่วยงานบริการห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์บริการและสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมจากกระทรวงอุตสาหกรรม เป็น ผู้ให้ความช่วยเหลือบริการการตรวจสอบสินค้าตัวอย่างและออกใบรับรองสินค้าที่ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบ สามารถส่งออกสินค้าที่ได้มาตรฐาน ช่วยฟื้นฟูความความถือให้ดีขึ้น

นายสมบูรณ์พงษ์ พุกกะเวส ผู้เชี่ยวชาญด้านศุลกากร สมาคมนักวิชาการยางและถุงมือยาง  กล่าวว่า คำตอบคือ ผู้ประกอบการต้องผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์ไม่ต่ำกว่า 35%  ของราคาส่งออก FOB และได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร 0 % หรือ จีเอสพี ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงยังได้รับยกเว้นภาษีสินค้าผลิตภัณฑ์ยางส่งออก จากเขตการค้าเสรี หรือFTA กับ 13 ประเทศดังนั้นใครรู้เรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าดีกว่ากันก็จะได้เปรียบ เพราะคนรู้จะทำได้ดีกว่าคนไม่รู้
ภาพ//ข่าว . อุทัย สอนหลักทรัพย์ 


รายงานข่าว..

โพสต์ข่าวแนะนำ

สำนักงาน​หนังสือ​พิมพ์​ทันใจ​นิวส์​

#ตรัง ช้างแสนรู้ 4 เชือก ร่วมเคารพศพ ตระกูล ที่เคยมาทำคอกช้าง ที่บ้านดินอุดม ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ จนจับช้างเผือกได้คือ "ช้างเผือกพล...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ