หน้าเว็บ

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

เจ้าของบ้านร้อง “ดร.แก้ว” หลังถูกเรือสินค้าชนบ้านพังยับ 3 หลัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าของเรืออ้างไม่มีเงินรับผิดชอบตามข้อตกลง

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

เจ้าของบ้านร้อง “ดร.แก้ว” หลังถูกเรือสินค้าชนบ้านพังยับ 3 หลัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าของเรืออ้างไม่มีเงินรับผิดชอบตามข้อตกลง


     จากกรณีที่ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าชนบ้านเรือนประชาชน 3 หลัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่เกาะเกร็ด ต.เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี พบว่ามีบ้านเรือนเสียหายจำนวน 3 หลัง คือ บ้านเลขที่ 27/1 (ถูกเรือชนได้รับความเสียหายทั้งหลัง) และบ้านของผู้เสียหาย คือ บ้านเลขที่ 27/2 ส่วนบ้านอีกหลังหนึ่งคือบ้านเลขที่ 27 ได้รับความเสียหายบางส่วน รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเสาไฟฟ้าหักโค่นอีก 1 ต้น 




     ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 น.ส.สมพร คุ้มวณิชย์ อายุ 68 ปี อาชีพคุณครู อาศัยอยู่บ้านหลังที่ 2 บ้านเลขที่ 27/2 และนายฉัตรชัย คุ้มวณิชย์ อายุ 62 ปี น้องชาย เดินทางมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับทาง ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธานกิตติมศักดิ์ กต.ตร.จังหวัดนนทบุรี และ ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” เนื่องจากระยะเวลาผ่านไป 2 เดือน ทางบริษัทเรือยังไม่ออกมารับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น อ้างว่าจ่ายค่าเสียหายไม่ไหว และไม่ทำตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ทั้งหมด 7 ข้อ ทำให้ผู้เสียหายเจ้าของบ้านทั้ง 3 หลัง ได้รับความเดือดร้อน ตั้งแต่เกิดเหตุไม่มีที่อยู่ ต้องไปเช่าห้องอยู่ข้างนอก จึงอยากให้ทางบริษัทออกมารับผิดชอบตามที่กำหนดในข้อตกลง 

     จากการสอบถาม นายฉัตรชัย กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ขณะพักอาศัยอยู่ที่บ้านในเกาะเกร็ด ได้เกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าเข้าพุ่งชนบ้าน ทำให้บ้านได้รับความเสียหายจนทำให้ไม่สามารถพักอาศัยได้ จึงได้เดินทางเข้ามาร้องเรียนกับ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือเพจ ดร.แก้วช่วยได้ เพื่อให้ช่วยเร่งรัดให้ทางเจ้าของเรือมารับผิดชอบ เพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ในช่วงแรกทางเจ้าของเรือได้ติดต่อมาเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย พร้อมกับ ดร.แก้ว และทีมงาน รวมหน่วยงานราชการ ประกอบด้วย นายอำเภอ, กรมเจ้าท่า ร่วมเป็นพยานในการไกล่เกลี่ยในครั้งนี้






     ซึ่งในเหตุการณ์นี้มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวน 3 หลัง และมีการเยียวยาเบื้องต้น 100,000 บาท ซึ่งได้รับเงิน 30,000 บาท บ้านน้องได้รับ 20,000 บาท บ้านอีกหลังได้รับ 50,000 บาท ส่วนบ้านที่เสียหายมากที่สุดคือบ้านเลขที่ 27/1 หมู่ที่ 5 และบ้านของผู้เสียหาย คือ บ้านเลขที่ 27/2 ส่วนบ้านอีกหลังหนึ่งคือบ้านเลขที่ 27 ได้รับความเสียหาย บางส่วน และหลังจากนั้นได้มีการพูดคุยเพื่อเจรจามีทั้งกรมเจ้าท่า, นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ในบ้านหลังที่เกิดเหตุและได้มีการตกลงกัน ต่อมาช่วงประมาณต้นเดือนธันวาคม 2568 ได้มีการพูดคุยกันที่สำนักงานกรมเจ้าท่า พระราม 5 และได้มีข้อตกลงทั้งหมด 7 ข้อ ให้มาดำเนินการซ่อมแซมบ้านและได้มีการมาตรวจดูความเสียหาย แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งทางฝั่งเจ้าของเรือจะรับผิดชอบในการซ่อมแซมในส่วนที่ทางเจ้าของเรือประเมินความเสียหายเท่านั้น ไม่ใช่การซ่อมแซมที่มาจากความเสียหายจริงและทางตนได้แจ้งเหตุผลไปและแจ้งว่าจะไปปรึกษากับแฟนสาวก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร

     หลังจากนั้นทางด้านเจ้าของเรือได้มีการโทรศัพท์มาเพื่อพูดคุยเพื่อต่อรองค่าเสียหาย และแจ้งว่าไม่สามารถชดใช้เงินตามที่ผู้เสียหายเรียกร้องได้ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าความเสียหายจริง ตนจึงอยากให้ดร.แก้ว ช่วยเจรจากับทางเจ้าของเรือ ว่าจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ไม่มีที่อยู่อาศัยและต้องเช่าบ้านอยู่ ซึ่งกว่า 2 เดือน จนถึงปัจจุบันไม่มีความคืบหน้า 

     น.ส.สมพร เล่าว่า ตนต้องไปเช่าบ้านเพื่อพักอาศัยอยู่ซึ่งค่อนข้างแออัด เพราะมีสมาชิกในครอบครัวหลายคน เสียค่าเช่าห้องมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ตนเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างมากและไม่ได้กลับบ้านตัวเอง เพราะไม่มีที่อยู่อาศัย ซึ่งบ้านใน 3 หลัง ที่เกิดความเสียหาย มีหลังหนึ่งที่มีความเสียหายไม่มากและยังคงพักอาศัยอยู่ได้ ตนจึงอยากให้มาเยียวยาและออกมาแสดงความรับผิดชอบเพื่อรื้อถอนบ้านที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งตอนนี้บ้านได้ทรุดตัวจนพังไม่สามารถเข้าอยู่ได้ 

     ทางด้าน ดร.ปรเมศร์ หรือ ดร.แก้ว กล่าวว่า เนื่องจากมีเรือบรรทุกสินค้ามาชนบ้านเรือนทำให้ได้รับความเสียหาย และมีหลักฐานทั้งคลิปและภาพจากกล้องวงจรปิดและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง, กรมเจ้าท่า, กระทรวงมหาดไทย, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดนนทบุรี ลงพื้นที่มาตรวจสอบความเสียหายและลงความเห็นว่าเจ้าของเรือต้องรับผิดชอบ ซึ่งในการเจรจาครั้งแรกก็ตกลงกันได้ด้วยดีและยืนยันว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ผ่านมากว่า 2 เดือน ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ซึ่งตนจะต้องเร่งรัดให้หน่วยราชการ ซึ่งมีข้อตกลงไว้ชัดเจนว่าให้เจ้าของเรือบรรทุกสินค้าเข้ามารับผิดชอบ มีหลักฐานอย่างชัดเจน จึงอยากขอวิงวอนให้ผู้ประกอบการออกมารับผิดชอบ มิฉะนั้นจะดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา และให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดให้ทางเจ้าของเรือออกมาดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป

#เรื่องต้องแก้ #เรื่องต้องแก้byDrKeaw #ด็อกเตอร์แก้วช่วยได้ #ทุกข์ชาวบ้าน #ร้องเรียนร้องทุกข์ #นนทบุรี #จังหวัดนนทบุรี

==============================

เมื่อประชาชนมีเรื่องเดือดร้อน เพียงแจ้งเข้ามา เราพร้อมเข้าไปหาความจริง กับทีมงาน “ดร.แก้วช่วยได้”