วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

”ดร.แก้ว“ ร่วมประชุมคณะกต.ตร.จว.นนทบุรี ครั้งที่ 1/2569

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.แก้ว“ ร่วมประชุมคณะกต.ตร.จว.นนทบุรี ครั้งที่ 1/2569


     เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 69 
เวลา 10.00 น. 






พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธานกต.ตร.จว.นนทบุรี (ภาคประชาชน) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) นนทบุรี ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ประธานกิตติมศักดิ์ กต.ตร.จว.นนทบุรี ร่วมกันนี้ยังมี รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ, พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์, พ.ต.อ.จักรพงษ์ นุชผดุง, พ.ต.อ.จิรายุส วานิชกุล, พ.ต.อ.วีรฤทธิ์ พิพัฒนาศักดิ์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.นนทบุรี และคณะกต.ตร.จว.นนทบุรี อาทิ คุณทวีศักดิ์ สุทิน, คุณสุรสีห์ ศรีอินทร์สุทธิ์, คุณวรภัทร สุนทรพลิน, คุณเกริกเกรียงไกร อิงคนินันท์, คุณอาชวิณ ภัทรสถาพรกุล, คุณภาวัช สุขอนันต์, คุณอัครพล สุขตา, ดร.ไกรวิทย์ โกลีย์ศิริกุล, คุณจันทร์เพ็ญ เจียมสมัย เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือ แนวทางการดำเนินงานของคณะกต.ตร.จว.นนทบุรี ณ ห้องประชุมนนทมุนินทร์ ชั้น 3 ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี







#เรื่องต้องแก้ #เรื่องต้องแก้byDrKeaw #ด็อกเตอร์แก้วช่วยได้ #ทุกข์ชาวบ้าน #ร้องเรียนร้องทุกข์ #นนทบุรี #จังหวัดนนทบุรี

==============================

เมื่อประชาชนมีเรื่องเดือดร้อน เพียงแจ้งเข้ามา เราพร้อมเข้าไปหาความจริง กับทีมงาน “ดร.แก้วช่วยได้”

เจ้าของบ้านร้อง “ดร.แก้ว” หลังถูกเรือสินค้าชนบ้านพังยับ 3 หลัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าของเรืออ้างไม่มีเงินรับผิดชอบตามข้อตกลง

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

เจ้าของบ้านร้อง “ดร.แก้ว” หลังถูกเรือสินค้าชนบ้านพังยับ 3 หลัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าของเรืออ้างไม่มีเงินรับผิดชอบตามข้อตกลง


     จากกรณีที่ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าชนบ้านเรือนประชาชน 3 หลัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่เกาะเกร็ด ต.เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี พบว่ามีบ้านเรือนเสียหายจำนวน 3 หลัง คือ บ้านเลขที่ 27/1 (ถูกเรือชนได้รับความเสียหายทั้งหลัง) และบ้านของผู้เสียหาย คือ บ้านเลขที่ 27/2 ส่วนบ้านอีกหลังหนึ่งคือบ้านเลขที่ 27 ได้รับความเสียหายบางส่วน รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเสาไฟฟ้าหักโค่นอีก 1 ต้น 




     ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 น.ส.สมพร คุ้มวณิชย์ อายุ 68 ปี อาชีพคุณครู อาศัยอยู่บ้านหลังที่ 2 บ้านเลขที่ 27/2 และนายฉัตรชัย คุ้มวณิชย์ อายุ 62 ปี น้องชาย เดินทางมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับทาง ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธานกิตติมศักดิ์ กต.ตร.จังหวัดนนทบุรี และ ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” เนื่องจากระยะเวลาผ่านไป 2 เดือน ทางบริษัทเรือยังไม่ออกมารับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น อ้างว่าจ่ายค่าเสียหายไม่ไหว และไม่ทำตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ทั้งหมด 7 ข้อ ทำให้ผู้เสียหายเจ้าของบ้านทั้ง 3 หลัง ได้รับความเดือดร้อน ตั้งแต่เกิดเหตุไม่มีที่อยู่ ต้องไปเช่าห้องอยู่ข้างนอก จึงอยากให้ทางบริษัทออกมารับผิดชอบตามที่กำหนดในข้อตกลง 

     จากการสอบถาม นายฉัตรชัย กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ขณะพักอาศัยอยู่ที่บ้านในเกาะเกร็ด ได้เกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าเข้าพุ่งชนบ้าน ทำให้บ้านได้รับความเสียหายจนทำให้ไม่สามารถพักอาศัยได้ จึงได้เดินทางเข้ามาร้องเรียนกับ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือเพจ ดร.แก้วช่วยได้ เพื่อให้ช่วยเร่งรัดให้ทางเจ้าของเรือมารับผิดชอบ เพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ในช่วงแรกทางเจ้าของเรือได้ติดต่อมาเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย พร้อมกับ ดร.แก้ว และทีมงาน รวมหน่วยงานราชการ ประกอบด้วย นายอำเภอ, กรมเจ้าท่า ร่วมเป็นพยานในการไกล่เกลี่ยในครั้งนี้






     ซึ่งในเหตุการณ์นี้มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวน 3 หลัง และมีการเยียวยาเบื้องต้น 100,000 บาท ซึ่งได้รับเงิน 30,000 บาท บ้านน้องได้รับ 20,000 บาท บ้านอีกหลังได้รับ 50,000 บาท ส่วนบ้านที่เสียหายมากที่สุดคือบ้านเลขที่ 27/1 หมู่ที่ 5 และบ้านของผู้เสียหาย คือ บ้านเลขที่ 27/2 ส่วนบ้านอีกหลังหนึ่งคือบ้านเลขที่ 27 ได้รับความเสียหาย บางส่วน และหลังจากนั้นได้มีการพูดคุยเพื่อเจรจามีทั้งกรมเจ้าท่า, นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ในบ้านหลังที่เกิดเหตุและได้มีการตกลงกัน ต่อมาช่วงประมาณต้นเดือนธันวาคม 2568 ได้มีการพูดคุยกันที่สำนักงานกรมเจ้าท่า พระราม 5 และได้มีข้อตกลงทั้งหมด 7 ข้อ ให้มาดำเนินการซ่อมแซมบ้านและได้มีการมาตรวจดูความเสียหาย แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งทางฝั่งเจ้าของเรือจะรับผิดชอบในการซ่อมแซมในส่วนที่ทางเจ้าของเรือประเมินความเสียหายเท่านั้น ไม่ใช่การซ่อมแซมที่มาจากความเสียหายจริงและทางตนได้แจ้งเหตุผลไปและแจ้งว่าจะไปปรึกษากับแฟนสาวก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร

     หลังจากนั้นทางด้านเจ้าของเรือได้มีการโทรศัพท์มาเพื่อพูดคุยเพื่อต่อรองค่าเสียหาย และแจ้งว่าไม่สามารถชดใช้เงินตามที่ผู้เสียหายเรียกร้องได้ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าความเสียหายจริง ตนจึงอยากให้ดร.แก้ว ช่วยเจรจากับทางเจ้าของเรือ ว่าจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ไม่มีที่อยู่อาศัยและต้องเช่าบ้านอยู่ ซึ่งกว่า 2 เดือน จนถึงปัจจุบันไม่มีความคืบหน้า 

     น.ส.สมพร เล่าว่า ตนต้องไปเช่าบ้านเพื่อพักอาศัยอยู่ซึ่งค่อนข้างแออัด เพราะมีสมาชิกในครอบครัวหลายคน เสียค่าเช่าห้องมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ตนเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างมากและไม่ได้กลับบ้านตัวเอง เพราะไม่มีที่อยู่อาศัย ซึ่งบ้านใน 3 หลัง ที่เกิดความเสียหาย มีหลังหนึ่งที่มีความเสียหายไม่มากและยังคงพักอาศัยอยู่ได้ ตนจึงอยากให้มาเยียวยาและออกมาแสดงความรับผิดชอบเพื่อรื้อถอนบ้านที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งตอนนี้บ้านได้ทรุดตัวจนพังไม่สามารถเข้าอยู่ได้ 

     ทางด้าน ดร.ปรเมศร์ หรือ ดร.แก้ว กล่าวว่า เนื่องจากมีเรือบรรทุกสินค้ามาชนบ้านเรือนทำให้ได้รับความเสียหาย และมีหลักฐานทั้งคลิปและภาพจากกล้องวงจรปิดและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง, กรมเจ้าท่า, กระทรวงมหาดไทย, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดนนทบุรี ลงพื้นที่มาตรวจสอบความเสียหายและลงความเห็นว่าเจ้าของเรือต้องรับผิดชอบ ซึ่งในการเจรจาครั้งแรกก็ตกลงกันได้ด้วยดีและยืนยันว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ผ่านมากว่า 2 เดือน ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ซึ่งตนจะต้องเร่งรัดให้หน่วยราชการ ซึ่งมีข้อตกลงไว้ชัดเจนว่าให้เจ้าของเรือบรรทุกสินค้าเข้ามารับผิดชอบ มีหลักฐานอย่างชัดเจน จึงอยากขอวิงวอนให้ผู้ประกอบการออกมารับผิดชอบ มิฉะนั้นจะดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา และให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดให้ทางเจ้าของเรือออกมาดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป

#เรื่องต้องแก้ #เรื่องต้องแก้byDrKeaw #ด็อกเตอร์แก้วช่วยได้ #ทุกข์ชาวบ้าน #ร้องเรียนร้องทุกข์ #นนทบุรี #จังหวัดนนทบุรี

==============================

เมื่อประชาชนมีเรื่องเดือดร้อน เพียงแจ้งเข้ามา เราพร้อมเข้าไปหาความจริง กับทีมงาน “ดร.แก้วช่วยได้”

ITPP ผนึกกำลัง LINE MAN เปิดรับผู้ขับขี่โครงการ “LINE MAN EV” ขับแท็กซี่ไฟฟ้าสายกรีน ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ พร้อมร่วมลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

ITPP ผนึกกำลัง LINE MAN เปิดรับผู้ขับขี่โครงการ “LINE MAN EV” ขับแท็กซี่ไฟฟ้าสายกรีน ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ พร้อมร่วมลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม

​บริษัท ไอทีพีพี จำกัด (ITPP) ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านบริการเรียกรถและเดลิเวอรีของไทย เปิดตัวโครงการ “LINE MAN EV” โครงการแท็กซี่ไฟฟ้า 100% โดยนำร่องรถยนต์ไฟฟ้า BYD รุ่น E6 จำนวน 50 คัน ให้บริการในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดรับผู้ขับขี่เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการ






​โครงการ LINE MAN EV ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นการ ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของผู้ขับขี่แท็กซี่ ผ่านแพลตฟอร์ม LINE MAN ที่มีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ และระบบ AI ช่วยจัดสรรงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ขับขี่มีงานต่อเนื่อง รายได้สม่ำเสมอ และสามารถบริหารเวลาและต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น

​หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของโครงการ คือ การช่วยลดต้นทุนการทำงานของผู้ขับขี่อย่างชัดเจน ผ่านสิทธิประโยชน์จากเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า EA Anywhere โดยผู้ขับขี่จะได้รับ เงินคืน (Cashback) 10% จากค่าชาร์จไฟทุกครั้ง หากคำนวณจากการวิ่งงานเฉลี่ยวันละ 300 กิโลเมตร จะมีค่าชาร์จไฟประมาณ 266 บาทต่อวัน และได้รับเงินคืนเฉลี่ย 26 บาทต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 9,500 บาทต่อปี และเมื่อรวมตลอดอายุโครงการ 5 ปี ผู้ขับขี่จะได้รับเงินคืนรวมเกือบ 50,000 บาทต่อคัน ช่วยเพิ่มรายได้สุทธิ โดยไม่ต้องเพิ่มชั่วโมงการทำงาน





ในด้านยานยนต์ โครงการเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า BYD รุ่น E6 จากบริษัท จินหลง มอเตอร์ จำกัด ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ มีความทนทาน ประหยัดพลังงาน ห้องโดยสารกว้างขวาง และมีต้นทุนการบำรุงรักษาต่ำ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวของผู้ขับขี่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารให้สะดวกสบายและทันสมัย

​การนำรถแท็กซี่ไฟฟ้ามาใช้งานเชิงพาณิชย์ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 47% เมื่อเทียบกับรถแท็กซี่ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม หรือคิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 1,800 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดโครงการ หรือคิดเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ประมาณ 83,000 ต้นต่อปี พร้อมทั้งไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ขับขี่และประชาชนในเขตเมือง

​ความสำเร็จของโครงการ LINE MAN EV เกิดจากความร่วมมือของพันธมิตรชั้นนำหลายภาคส่วน ทั้งการลงทุนจาก บริษัท อิแทลลิค จำกัด และ บริษัท เปย์ป๊อป จำกัด รวมถึงการสนับสนุนด้าน สินเชื่อสีเขียว (Green Financing) จาก บริษัท ไทยโอริกซ์ลีสซิ่ง จำกัด และ บริษัท ลีสซิ่งกสิกร จำกัด สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียวและระบบขนส่งพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม

​โครงการ LINE MAN EV จึงเป็นมากกว่าบริการเรียกรถ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่าง รายได้ของผู้ขับขี่ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตการเดินทางที่ยั่งยืนของประเทศไทย

สนใจร่วมเป็นครอบครัว LINE MAN EV โอกาสทองสำหรับพี่ๆ แท็กซี่ที่ต้องการเปลี่ยนสู่รถไฟฟ้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ QR CODE 

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภาท.๖๑ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
โทร089498 1477

ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกเครือข่าย Global Anti-Scam Alliance (GASA) ดันไทยขึ้นแถวหน้า ร่วมปราบอาชญากรรมออนไลน์ทั่วโลก

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกเครือข่าย Global Anti-Scam Alliance (GASA) ดันไทยขึ้นแถวหน้า ร่วมปราบอาชญากรรมออนไลน์ทั่วโลก
 

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 21 มกราคม 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยีของไทย เข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคธุรกิจ (Corporate Member) ของ Global Anti-Scam Alliance (GASA) องค์กรพันธมิตรต่อต้านกลโกงโลกระดับนานาชาติที่มีภารกิจหลักในการปกป้องผู้บริโภคทั่วโลกจากภัยมิจฉาชีพและการหลอกลวงออนไลน์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวในการต่อต้านภัยจากเหล่ามิจฉาชีพ เสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านดิจิทัล และยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลที่ความปลอดภัย ผ่านความร่วมมือระดับโลกอย่างมีความรับผิดชอบ ท่ามกลางสถานการณ์ที่กลโกงและการฉ้อโกงออนไลน์ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นทั่วทุกมุมโลก การคุ้มครองผู้บริโภคในโลกดิจิทัลจึงกลายเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนและทุกประเทศ การเข้าร่วมเป็นสมาชิก GASA ของทรูในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมและข้ามพรมแดน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามและอันตรายจากการหลอกลวงออนไลน์
  



นายวาที เปาทอง หัวหน้าฝ่ายงานกฎหมาย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “การหลอกลวงออนไลน์และภัยจากมิจฉาชีพเป็นความท้าทายระดับโลก ในฐานะผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยีของไทย ทรู คอร์ปอเรชั่น มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมขับเคลื่อนพันธกิจของ Global Anti-Scam Alliance (GASA) ในการปกป้องผู้บริโภคจากภัยหลอกลวง ในยุคที่การเชื่อมต่อกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน ความปลอดภัยของผู้คนในโลกดิจิทัลจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้น การเชื่อมต่อจึงต้องไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่น แต่ยังต้องมีความปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการป้องกัน ตลอดจนการผสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในทุกภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกอย่างไร้พรมแดน การเข้าร่วมเป็นสมาชิก GASA สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทรูในการทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลก พร้อมนำประสบการณ์และองค์ความรู้ขององค์กรมาใช้ในการต่อต้านการหลอกลวง และร่วมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมั่นได้มากยิ่งขึ้นเพื่อสังคมโดยรวม”
 
Global Anti-Scam Alliance (GASA) ขอต้อนรับ ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมเป็นพันธมิตร ในฐานะองค์กรที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความพยายามต่อต้านภัยหลอกลวงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไบรอัน แฮนลีย์ ผู้อำนวยการ GASA ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ภัยหลอกลวงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยอีกต่อไป แต่กลายเป็นภัยคุกคามดิจิทัลที่เติบโตและเชื่อมโยงแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว ซึ่ง ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้แสดงความเป็นผู้นำในประเทศไทยอย่างชัดเจน ด้วยการเข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ GASA Chapter Thailand และความมุ่งมั่นที่มีตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นนี้ จะเป็นกลไกเสริมความแข็งแกร่งและผลักดันความพยายามในการรับมือกับแหล่งก่ออาชญากรรมหลอกลวง การฉ้อโกงผ่านระบบโทรคมนาคม และการปลอมแปลงตัวตนออนไลน์ อีกทั้งสะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระยะถัดไปของการต่อต้านภัยหลอกลวงอย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาค และร่วมสร้างอนาคตดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นให้กับชุมชนในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค”
   
ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ลงทุนนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาพัฒนาและปรับใช้ เพื่อยกระดับการป้องกันภัยออนไลน์ให้ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศดิจิทัลขององค์กร ซึ่งนับเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นระยะยาวที่จะสร้างความปลอดภัยในโลกดิจิทัล อย่าง True CyberSafe นวัตกรรมป้องกันภัยในระดับโครงข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากภัยหลอกลวงและภัยคุกคามออนไลน์ โดยเปิดให้ใช้งานได้แบบอัตโนมัติ และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าทรู ดีแทค และทรูออนไลน์ทุกคน สะท้อนความเชื่อของทรูว่า ความปลอดภัยในโลกดิจิทัลควรเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
  
นอกเหนือจากการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้แล้ว ทรู ยังคงดำเนินการหลากหลายแนวทาง เพื่อป้องกันภัยหลอกลวงออนไลน์ในประเทศไทยผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนส่งเสริมความรู้และยกระดับทักษะดิจิทัลแก่คนไทยอย่างต่อเนื่อง

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภาท.๖๑ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
โทร089498 1477

BJC ร่วมงาน เปิด Teoxane APAC Regional Academy ตอกย้ำ “ผลิตภัณฑ์ที่ดี ต้องมาพร้อมความรู้ที่ถูกต้อง” เพื่อมาตรฐานเวชศาสตร์ความงามอย่างยั่งยืน

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

BJC ร่วมงาน เปิด Teoxane APAC Regional Academy ตอกย้ำ “ผลิตภัณฑ์ที่ดี ต้องมาพร้อมความรู้ที่ถูกต้อง” เพื่อมาตรฐานเวชศาสตร์ความงามอย่างยั่งยืน
 

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ให้เกียรติร่วมงานเปิดตัว APAC Regional Academy ศูนย์กลางการเรียนรู้ระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกแห่งแรกในประเทศไทย โดย Teoxane ผู้นำด้านเวชศาสตร์ความงามจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ณ อาคาร One Bangkok Tower 4 ชั้น 12 เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 โดยมีผู้บริหารระดับโลกของ Teoxane และพันธมิตรจากทั่วภูมิภาคเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง





การเปิดตัว APAC Regional Academy ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์เวชศาสตร์ความงาม แต่สะท้อน ปรัชญาหลักของ Teoxane และ BJC ที่เชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง จะสร้างคุณค่าสูงสุดได้ ก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ Training Center จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ในภูมิภาค APAC เพื่อยกระดับทั้ง มาตรฐานวิชาชีพ ความปลอดภัยของผู้รับบริการ และผลลัพธ์ทางคลินิกในระยะยาว






APAC Regional Academy ได้รับการออกแบบให้เป็น Center of Excellence ด้านการเรียนรู้และฝึกอบรมทางคลินิก ครอบคลุมตั้งแต่ หลักสูตรที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์และข้อมูลเชิงประจักษ์ (Science-based Education) การฝึกปฏิบัติจริงแบบ Hands-on Training และ การถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคนิค และ Best Practices จากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้แพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพด้านเวชศาสตร์ความงามที่ได้รับใบอนุญาต สามารถนำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมไปใช้ได้อย่าง ถูกต้อง ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้รับบริการ

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภาท.๖๑ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
โทร089498 1477


โพสต์ข่าวแนะนำ

”ดร.แก้ว“ ร่วมประชุมคณะกต.ตร.จว.นนทบุรี ครั้งที่ 1/2569

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ ”ดร.แก้ว“ ร่วมประชุมคณะกต.ตร.จว.นนทบุรี ครั้งที่ 1/2569      เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 69  เวลา 10.00 น.  พล.ต.ต.เด...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ

ข่าวดังรายสัปดาห์ HOT NEWS