วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบกว่า 6.5 แสนบาท เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รอบที่ 2 รวม 5 จังหวัด มอบเงินช่วยเหลือทั้งกรณีทหารบาดเจ็บ สงเคราะห์กรณีบ้านพังเสียหาย และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบกว่า 6.5 แสนบาท เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รอบที่ 2 รวม 5 จังหวัด  มอบเงินช่วยเหลือทั้งกรณีทหารบาดเจ็บ สงเคราะห์กรณีบ้านพังเสียหาย และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต 
.

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างวันที่ 7-27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายสาธารณภัย นำโดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย แผนกบรรเทาสาธารณภัย แผนกบัญชี-การเงิน/การธนาคาร และแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา และสระแก้ว รวม 5 จังหวัด ในระหว่างวันที่ 21-23 มกราคม 2569 โดยมูลนิธิฯ เข้าให้กำลังใจพร้อมมอบเงินปลอบขวัญแก่ผู้บาดเจ็บรายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ รวม 30 ราย มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังๆ ละ 12,000 บาท รวมจำนวน 25 หลัง และมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท จำนวน 1 ราย รวมงบประมาณทั้งสิ้น 656,000 บาท (หกแสนห้าหมื่นหกพันบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ/หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ประสานงานและร่วมมอบ
.








นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2568 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ชายแดนเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมงบประมาณการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาจนถึงปัจจุบันกว่า 9 ล้านบาท โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของฝ่ายสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป
.










มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป
.
ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภาท.๖๑ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
โทร089498 1477

กอล์ฟการกุศลเพื่อคนอาชีพข่าว

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

กอล์ฟการกุศลเพื่อคนอาชีพข่าว




  วันที่ 22 มกราคม 2569 


ณ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก ถนนรามอินทรา  กรุงเทพมหานคร สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) จัดกิจกรรมกอล์ฟการกุศล เพื่อคนอาชีพข่าว ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ พลเอกบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นางลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กอล์ฟการกุศล เพื่อคนอาชีพข่าว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือนักข่าวที่เป็นสมาชิกและนักข่าวทั่วภูมิภาคที่ประสบความเดือดร้อน 
ทั้งนี้ต้องขอบคุณ พลเอกพนา ถนอมสิงห์ ที่ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิดการแข่งขันและมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศ พลเอกพลเอก บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายทหารราชองครักษ์พิเศษ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์













ในการนี้ต้องขอขอบคุณ พลเอกพลางกูร กล้าหาญ  ดร.จิระ อรุโณทัยจิตร  ดร.จินดารัตน์ ถวิลเติมทรัพย์  ประธานจัดงาน และทีม จปร. 26 นำโดย พลเอกอดุลย์เดช อินทพงษ์  พลเอกเดชา เดชะชาติ พลโทบุญธรรม เชยชื่นกลิ่น ดร.กิตติคุณ สารคล่อง  ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล นายเสาร์แก้ว คำพิวงศ์ และผู้ร่วมสนับสนุนของรางวัลต่างๆ และผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกทีม ทุกคน ที่กรุณาสละเวลามาร่วมกิจกรรมดังกล่าว
  กิจกรรมที่ดีร่วมกันวันนี้เพียงหวังว่า จะเป็นส่วนเล็กๆ ที่สำคัญในการขับเคลื่อนช่วยเหลือสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับคนอาชีพข่าว ได้มีแรงกายแรงใจยืนหยัด เพื่อสังคมที่ดีและมีคุณภาพ ต่อไป 







*****
"เสาร์แก้ว คำพิวงค์
รองผอ.ฝ่ายข่าวดร.ยุพณศตช์ ภวภูตานนท์ ณมหาสารคามบรรณาธิการ บริหาร*

กรมศุลกากรเปิดตัว “Customs e-Invoicing Plus” ยกระดับพิธีการศุลกากรสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ หนุนการค้าไทยรวดเร็ว โปร่งใส ลดต้นทุนผู้ประกอบการ

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

กรมศุลกากรเปิดตัว “Customs e-Invoicing Plus”ยกระดับพิธีการศุลกากรสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ หนุนการค้าไทยรวดเร็ว โปร่งใส ลดต้นทุนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 17/2569 วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569)
 

วันที่ 23 มกรมคม 2569 

ณ ห้องประขุม 401 ชั้น 4 อาคารศูนย์ฝึกอบรมสถาบันวิทยาการศุลกากร เชิงสะพานกรุงเทพ
     นายพันธ์ทอง  ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานพิธีเปิดตัว “Customs e-Invoicing Plus” ยกระดับพิธีการศุลกากรสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการดำเนินพิธีการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นไปตามมาตรฐานสากล �พร้อมลดภาระเอกสารและต้นทุนทางธุรกิจ  พร้อมด้วย นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร, นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร, นายดิเรก คชารักษ์  รองอธิบดีกรมศุลกากร และ ผู้ประกอบการ ร่วมพิธี





โดย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงระบบและกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับการค้าดิจิทัล โดยเปิดให้ใช้ข้อมูลเอกสารประกอบการนำเข้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านแพลตฟอร์ม Thailand National Single Window (Thai NSW) ช่วยลดการใช้เอกสารกระดาษ ลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจปล่อยสินค้า
 
ระบบ Customs e-Invoicing Plus ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถตรวจสอบข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ลดความคลาดเคลื่อนจากการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน และลดความจำเป็นในการเรียกเอกสารเพิ่มเติม เว้นแต่มีเหตุจำเป็นต่อการควบคุมทางศุลกากร
 



สำหรับระยะเริ่มต้น กรมศุลกากรกำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นกลุ่มสินค้านำร่อง เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ และมีความซับซ้อนทางเทคนิค ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินพิธีการและลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ
 
อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวเน้นย้ำว่า กรมศุลกากรมุ่งทำหน้าที่เป็น “Trade Enabler” สนับสนุนให้การค้าระหว่างประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่น ด้วยระบบที่ทันสมัย โปร่งใส และมีต้นทุนต่ำ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีการค้าโลก #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี) 
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์ 
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423 
#TNewsman007Online

พิษณุโลก ขุนศึก "ภูมิใจไทย" เปิดเวทีปราศรัยปลุกคนเขต 1 เลือก "ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร" เรียกเสียงเฮกึกก้อง

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

พิษณุโลก ขุนศึก "ภูมิใจไทย" เปิดเวทีปราศรัยปลุกคนเขต 1 เลือก "ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร" เรียกเสียงเฮกึกก้อง 


วันที่ 22 มกราคม 2569 





ที่ลานเอนกประสงค์ ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย จังหวัดพิษณุโลก เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้สมัคร สส. พิษณุโลก  พรรคภูมิใจไทย เขต 1 เบอร์ 2 

นำโดยนายจุติ ไกรฤกษ์ ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย เขต 5 เบอร์ 5 นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 1 เบอร์ 2 นางสาวปรานอม หลิมประเสริฐ ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก  พรรคภูมิใจไทย เขต 2 เบอร์ 2 นายพงษ์มนู ทองหนัก ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย เขต 3 เบอร์ 6 นายนิยม ช่างพินิจ ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 3 โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังประมาณ 400 คน  

ดร.จักษ์ กล่าวว่า ภูมิใจไทยไม่เอาคาสิโน ใครอยากเปิดให้ไปเปิดที่บ้าน เราไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่เขียนใหม่ทั้งฉบับเขียนใหม่ทำไม มันมีดีอยู่แล้วไม่เห็นเดือดร้อนอะไรเลย ใช้เงิน 10,000 ล้านบาท เอามาสร้างรั้วไทย-เขมร 7,000 ล้านบาท ดีกว่าไหม นี่คือแผ่นดินไทย นี่คืออำนาจอธิปไตยไทย มึงเป็นใครจะมาเหยียบย่ำมึงออกไปเลย 

"ถ้ารู้ว่าเป็นคนไทยหัวใจเขมรไสหัวไป พวกกูลูกหลานพระนเรศวรกูไม่เอา ผมไม่เคยมีลุงอยู่ที่เขมร โคตรเหง้าเราไม่มีอยู่เขมร เพราะฉะนั้นผมคือลูกหลานพระนเรศวรที่ต้องปกป้องอำนาจอธิปไตยทุกวินาที ด้วยเหตุผลนี้จึงตัดสินใจอยู่กับพรรคภูมิใจไทย เพราะทุกคนหัวใจเดียวกัน จึงอยู่กับทีมของพวกเราทุกคน" ดร.จักษ์ กล่าว 




นายจุติ กล่าวว่า ไม่มีอะไรฟรี สิ่งที่อยากจะบอกได้ว่าทุกคนพูดได้หมดแต่แจกจะทำได้ไหม ตนพูดได้ว่าพรรคภูมิใจไทยพูดและทำสำเร็จ เขาบอกจะแจกโฉนดที่ดินทำกิน 70 ล้านไร่ ภายใน 8 ปี ถามท่านว่าระหว่างที่ดินกับดอกเบี้ยอันไหนมันงอกเร็วกว่ากัน ฉะนั้นให้รู้ไว้ว่าที่ดินมันไม่งอก แต่คนมันงอก จะแจกที่ดินเอาที่ไหนมาให้  ไปเอาที่ทหาร ที่โน่น ที่นี่ ทหารจะเอาที่ไหนฝึกรบปราบไอ้วุ้นเซ่นล่ะ นี่สิ่งที่จะบอกว่านโยบายคิดได้หมด ทำได้หมด ถามว่าทำได้จริงเหมือนพรรคภูมิใจไทยไหม 

"ตอนที่ผมอยู่ในสภาฯ ฟังแล้วอึดอัดตอนเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่เขาตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ราคาข้าวตกจะทำยังไง เขาตอบว่าปลูกข้าวกันเยอะนะ กินเยอะๆหน่อย ถ้ารายได้ไม่พอให้ไปปลูกกล้วยแทน ส่วนศุภจี พรรคภูมิใจไทย บอกว่าถ้าปลูกข้าวกันเยอะ ฉันต้องขาวข้าวขายข้าวให้ได้เยอะ ศุภจีมาอยู่ 90 วัน ขายข้าวได้มากกว่ารัฐมนตรีพาณิชย์คนก่อน 2 ปี อันนี้ของจริงครับ ผมบอกได้เลยว่าท่านอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อาจจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่มีทีมที่ดีที่สุด ผมอยู่กับท่านอภิสิทธิ์ ใครต่อใครมายอมรับว่าเขาเก่ง หัวหน้าพรรคต่างๆก็เก่ง แต่เขาไม่มีทีม ซึ่งที่ไม่คาดคิดว่าคุณอนุทิน เลือกคนได้ถูกสำหรับประเทศไทยปรบมือให้ท่านอนุทินด้วยครับ ใครจะบอกว่าแกว่งปากหาเสี้ยน โน่น นี่นั่น อย่างน้อยเขมรไม่กล้าหือกับคนไทย วุ้นเซ่นไม่กล้าหือกับประเทศไทย กองทัพไทยขี่คอกองทัพเขมร"นายจุติ กล่าว ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุ

โพสต์ข่าวแนะนำ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบกว่า 6.5 แสนบาท เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รอบที่ 2 รวม 5 จังหวัด มอบเงินช่วยเหลือทั้งกรณีทหารบาดเจ็บ สงเคราะห์กรณีบ้านพังเสียหาย และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบกว่า 6.5 แสนบาท เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รอ...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ

ข่าวดังรายสัปดาห์ HOT NEWS