วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

กอล์ฟการกุศลเพื่อคนอาชีพข่าว

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

กอล์ฟการกุศลเพื่อคนอาชีพข่าว




  วันที่ 22 มกราคม 2569 


ณ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก ถนนรามอินทรา  กรุงเทพมหานคร สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) จัดกิจกรรมกอล์ฟการกุศล เพื่อคนอาชีพข่าว ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ พลเอกบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นางลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กอล์ฟการกุศล เพื่อคนอาชีพข่าว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือนักข่าวที่เป็นสมาชิกและนักข่าวทั่วภูมิภาคที่ประสบความเดือดร้อน 
ทั้งนี้ต้องขอบคุณ พลเอกพนา ถนอมสิงห์ ที่ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิดการแข่งขันและมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศ พลเอกพลเอก บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายทหารราชองครักษ์พิเศษ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์













ในการนี้ต้องขอขอบคุณ พลเอกพลางกูร กล้าหาญ  ดร.จิระ อรุโณทัยจิตร  ดร.จินดารัตน์ ถวิลเติมทรัพย์  ประธานจัดงาน และทีม จปร. 26 นำโดย พลเอกอดุลย์เดช อินทพงษ์  พลเอกเดชา เดชะชาติ พลโทบุญธรรม เชยชื่นกลิ่น ดร.กิตติคุณ สารคล่อง  ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล นายเสาร์แก้ว คำพิวงศ์ และผู้ร่วมสนับสนุนของรางวัลต่างๆ และผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกทีม ทุกคน ที่กรุณาสละเวลามาร่วมกิจกรรมดังกล่าว
  กิจกรรมที่ดีร่วมกันวันนี้เพียงหวังว่า จะเป็นส่วนเล็กๆ ที่สำคัญในการขับเคลื่อนช่วยเหลือสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับคนอาชีพข่าว ได้มีแรงกายแรงใจยืนหยัด เพื่อสังคมที่ดีและมีคุณภาพ ต่อไป 







*****
"เสาร์แก้ว คำพิวงค์
รองผอ.ฝ่ายข่าวดร.ยุพณศตช์ ภวภูตานนท์ ณมหาสารคามบรรณาธิการ บริหาร*

กรมศุลกากรเปิดตัว “Customs e-Invoicing Plus” ยกระดับพิธีการศุลกากรสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ หนุนการค้าไทยรวดเร็ว โปร่งใส ลดต้นทุนผู้ประกอบการ

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

กรมศุลกากรเปิดตัว “Customs e-Invoicing Plus”ยกระดับพิธีการศุลกากรสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ หนุนการค้าไทยรวดเร็ว โปร่งใส ลดต้นทุนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 17/2569 วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569)
 

วันที่ 23 มกรมคม 2569 

ณ ห้องประขุม 401 ชั้น 4 อาคารศูนย์ฝึกอบรมสถาบันวิทยาการศุลกากร เชิงสะพานกรุงเทพ
     นายพันธ์ทอง  ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานพิธีเปิดตัว “Customs e-Invoicing Plus” ยกระดับพิธีการศุลกากรสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการดำเนินพิธีการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นไปตามมาตรฐานสากล �พร้อมลดภาระเอกสารและต้นทุนทางธุรกิจ  พร้อมด้วย นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร, นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร, นายดิเรก คชารักษ์  รองอธิบดีกรมศุลกากร และ ผู้ประกอบการ ร่วมพิธี





โดย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงระบบและกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับการค้าดิจิทัล โดยเปิดให้ใช้ข้อมูลเอกสารประกอบการนำเข้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านแพลตฟอร์ม Thailand National Single Window (Thai NSW) ช่วยลดการใช้เอกสารกระดาษ ลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจปล่อยสินค้า
 
ระบบ Customs e-Invoicing Plus ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถตรวจสอบข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ลดความคลาดเคลื่อนจากการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน และลดความจำเป็นในการเรียกเอกสารเพิ่มเติม เว้นแต่มีเหตุจำเป็นต่อการควบคุมทางศุลกากร
 



สำหรับระยะเริ่มต้น กรมศุลกากรกำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นกลุ่มสินค้านำร่อง เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ และมีความซับซ้อนทางเทคนิค ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินพิธีการและลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ
 
อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวเน้นย้ำว่า กรมศุลกากรมุ่งทำหน้าที่เป็น “Trade Enabler” สนับสนุนให้การค้าระหว่างประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่น ด้วยระบบที่ทันสมัย โปร่งใส และมีต้นทุนต่ำ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีการค้าโลก #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี) 
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์ 
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423 
#TNewsman007Online

พิษณุโลก ขุนศึก "ภูมิใจไทย" เปิดเวทีปราศรัยปลุกคนเขต 1 เลือก "ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร" เรียกเสียงเฮกึกก้อง

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

พิษณุโลก ขุนศึก "ภูมิใจไทย" เปิดเวทีปราศรัยปลุกคนเขต 1 เลือก "ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร" เรียกเสียงเฮกึกก้อง 


วันที่ 22 มกราคม 2569 





ที่ลานเอนกประสงค์ ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย จังหวัดพิษณุโลก เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้สมัคร สส. พิษณุโลก  พรรคภูมิใจไทย เขต 1 เบอร์ 2 

นำโดยนายจุติ ไกรฤกษ์ ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย เขต 5 เบอร์ 5 นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 1 เบอร์ 2 นางสาวปรานอม หลิมประเสริฐ ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก  พรรคภูมิใจไทย เขต 2 เบอร์ 2 นายพงษ์มนู ทองหนัก ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย เขต 3 เบอร์ 6 นายนิยม ช่างพินิจ ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 3 โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังประมาณ 400 คน  

ดร.จักษ์ กล่าวว่า ภูมิใจไทยไม่เอาคาสิโน ใครอยากเปิดให้ไปเปิดที่บ้าน เราไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่เขียนใหม่ทั้งฉบับเขียนใหม่ทำไม มันมีดีอยู่แล้วไม่เห็นเดือดร้อนอะไรเลย ใช้เงิน 10,000 ล้านบาท เอามาสร้างรั้วไทย-เขมร 7,000 ล้านบาท ดีกว่าไหม นี่คือแผ่นดินไทย นี่คืออำนาจอธิปไตยไทย มึงเป็นใครจะมาเหยียบย่ำมึงออกไปเลย 

"ถ้ารู้ว่าเป็นคนไทยหัวใจเขมรไสหัวไป พวกกูลูกหลานพระนเรศวรกูไม่เอา ผมไม่เคยมีลุงอยู่ที่เขมร โคตรเหง้าเราไม่มีอยู่เขมร เพราะฉะนั้นผมคือลูกหลานพระนเรศวรที่ต้องปกป้องอำนาจอธิปไตยทุกวินาที ด้วยเหตุผลนี้จึงตัดสินใจอยู่กับพรรคภูมิใจไทย เพราะทุกคนหัวใจเดียวกัน จึงอยู่กับทีมของพวกเราทุกคน" ดร.จักษ์ กล่าว 




นายจุติ กล่าวว่า ไม่มีอะไรฟรี สิ่งที่อยากจะบอกได้ว่าทุกคนพูดได้หมดแต่แจกจะทำได้ไหม ตนพูดได้ว่าพรรคภูมิใจไทยพูดและทำสำเร็จ เขาบอกจะแจกโฉนดที่ดินทำกิน 70 ล้านไร่ ภายใน 8 ปี ถามท่านว่าระหว่างที่ดินกับดอกเบี้ยอันไหนมันงอกเร็วกว่ากัน ฉะนั้นให้รู้ไว้ว่าที่ดินมันไม่งอก แต่คนมันงอก จะแจกที่ดินเอาที่ไหนมาให้  ไปเอาที่ทหาร ที่โน่น ที่นี่ ทหารจะเอาที่ไหนฝึกรบปราบไอ้วุ้นเซ่นล่ะ นี่สิ่งที่จะบอกว่านโยบายคิดได้หมด ทำได้หมด ถามว่าทำได้จริงเหมือนพรรคภูมิใจไทยไหม 

"ตอนที่ผมอยู่ในสภาฯ ฟังแล้วอึดอัดตอนเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่เขาตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ราคาข้าวตกจะทำยังไง เขาตอบว่าปลูกข้าวกันเยอะนะ กินเยอะๆหน่อย ถ้ารายได้ไม่พอให้ไปปลูกกล้วยแทน ส่วนศุภจี พรรคภูมิใจไทย บอกว่าถ้าปลูกข้าวกันเยอะ ฉันต้องขาวข้าวขายข้าวให้ได้เยอะ ศุภจีมาอยู่ 90 วัน ขายข้าวได้มากกว่ารัฐมนตรีพาณิชย์คนก่อน 2 ปี อันนี้ของจริงครับ ผมบอกได้เลยว่าท่านอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อาจจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่มีทีมที่ดีที่สุด ผมอยู่กับท่านอภิสิทธิ์ ใครต่อใครมายอมรับว่าเขาเก่ง หัวหน้าพรรคต่างๆก็เก่ง แต่เขาไม่มีทีม ซึ่งที่ไม่คาดคิดว่าคุณอนุทิน เลือกคนได้ถูกสำหรับประเทศไทยปรบมือให้ท่านอนุทินด้วยครับ ใครจะบอกว่าแกว่งปากหาเสี้ยน โน่น นี่นั่น อย่างน้อยเขมรไม่กล้าหือกับคนไทย วุ้นเซ่นไม่กล้าหือกับประเทศไทย กองทัพไทยขี่คอกองทัพเขมร"นายจุติ กล่าว ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุ

จากข้อความบนปฏิทินแผ่นเก่า สู่การเดินทางไกลขึ้นดอยของทีมงานทรู เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณที่มีความหมาย ไปถึง “บ้านเลาสูนอก” จังหวัดลำปาง

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

จากข้อความบนปฏิทินแผ่นเก่า สู่การเดินทางไกลขึ้นดอยของทีมงานทรู เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณที่มีความหมาย ไปถึง “บ้านเลาสูนอก” จังหวัดลำปาง



“บ้านเลาสูนอก ม.8 ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ต้องการสัญญาณโทรศัพท์ทรู เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารให้เท่าเทียมกัน และเพื่อการศึกษา ตลอดยามฉุกเฉิน ขอผู้ใหญ่ใจดีช่วยประสานครับ” นี่คือข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือบนปฏิทินแผ่นเก่า ที่มีเบื้องหลังเป็นความหวังของคนทั้งหมู่บ้าน
สำหรับทีมงานทรู ข้อความนี้มีค่าและความหมายเกินกว่าจะมองข้าม และนับเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญในการนำโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าไปสู่พื้นที่ที่คนมองว่าห่างไกล เพื่อมอบ “สัญญาณlสื่อสาร” ที่มีความหมาย และเชื่อมต่อผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้สู่โอกาสที่เท่าเทียม

• หมู่บ้านเลาสูนอก ที่ซ่อนตัวอยู่กลางเนินเขา
คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้ยินชื่อของ “หมู่บ้านเลาสูนอก” เพราะที่นี่เป็นชุมชนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนดอยสูงท่ามกลางป่าเขาใน อ.แจ้ห่ม จ. ลำปาง แม้จะห่างจากตัวเมืองไม่กี่สิบกิโลเมตร แต่เส้นทางคดเคี้ยวสู่หมู่บ้านเป็นถนนลาดยางสลับลูกรัง ที่ยังคงทิ้งร่องรอยของดินสไลด์ไว้ให้เห็นตลอดทาง การเดินทางมาที่นี่จึงใช้เวลานานหลายชั่วโมง

ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาสูงโอบล้อมหมู่บ้าน ทำให้ที่นี่เงียบสงบสวยงาม แต่ในขณะเดียวกัน ก็กลายเป็นอุปสรรคสำคัญทางภูมิศาสตร์ที่บังสัญญาณสื่อสารที่ส่งมาจากพื้นที่ไกล้เคียง

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หมู่บ้านแห่งนี้จึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เข้าถึง เกือบ 100 ชีวิตของคนทั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กวัยเรียน ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงวัย ต้องใช้ชีวิตที่ไม่สามารถเชื่อมต่อโลกภายนอกได้ตลอดเวลาเหมือนคนส่วนใหญ่





• ชีวิตที่ต้องตามหาสัญญาณ
“เวลาจะสื่อสารกันในหมู่บ้านก็ใช้วิธีตะโกนหรือใช้เสียงตามสาย แต่ถ้าจะโทรติดต่อคนข้างนอกก็ก็ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป 2 กิโลเมตรถึงจะมีสัญญาณมือถือให้ใช้” สมชัย พงศ์ธัญวลัย ชาวบ้านบ้านเลาสูนอก เริ่มเล่าถึงวิถีชีวิตที่นี่ “ในวันที่ฝนตกหนัก ดินสไลด์ รถใหญ่ผ่านไม่ได้ เราอยากขอความอนุเคราะห์ขอรถไถมาเปิดทาง ก็โทรจากที่บ้านไม่ได้ เวลาเจ็บป่วยก็ติดต่อโรงพยาบาลลำบาก หรือแม้แต่ข่าวสารจากราชการก็ต้องรอคนเข้ามาบอก”

ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นอยู่ แต่เรื่องการประกอบอาชีพและการศึกษาของเด็กๆ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

“ที่นี่เราปลูกกาแฟขายกันเป็นส่วนใหญ่ เวลาจะติดต่อพ่อค้ามารับซื้อ ต้องรีบออกไปโทรคุย แล้วก็กลับมา แต่พอราคาเปลี่ยนแปลง พ่อค้าก็โทรหาเราไม่ได้ หลายครั้งก็ขายไม่ทัน หรือต้องขายขาดทุน ส่วนเด็กๆ ก็ค้นคว้าหาความรู้ได้เฉพาะตอนไปโรงเรียน ช่วงโควิดที่เรียนออนไลน์ ลูกหลานต้องไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านอื่น” สมชัย เล่าถึงความเป็นอยู่

หลังจากลองหาทางกันมาหลายวิธี ชาวบ้านตัดสินใจหยิบปฏิทินแผ่นเก่า พลิกด้านหลังที่ว่างใช้แทนป้ายสีขาวเพื่อเขียนข้อความจากใจ เด็กๆ ในหมู่บ้านช่วยกันถือป้ายแล้วถ่ายรูป เพื่อให้ผู้ใหญ่จากหมู่บ้านข้างเคียงช่วยนำภาพนั้นไปโพสต์และส่งต่อออกไปในโลกโซเชียล

• งานท้าทาย ที่ต้องทำให้สำเร็จ
ภาพเด็กๆ พร้อมข้อความจากใจถูกส่งต่อแชร์มาจนถึงผู้บริหารระดับสูงและ ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น และจากผู้บริหารสู่ทีมเน็ตเวิร์ก ที่ดูแลโครงข่ายทั่วประเทศ เพื่อเริ่มภารกิจที่เรียกได้ว่าเป็นงานท้าทาย
“พอเข้าไปดูรายละเอียดพื้นที่ ก็รู้เลยว่างานนี้ไม่ง่าย” ธงชัย ขวัญพุฒ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาโครงข่ายและการปฏิบัติงานภาคสนามของ ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงวันที่เขาได้รับโจทย์มา “เรารู้ถึงข้อจำกัดหลายอย่าง แต่ข้อความนั้นก็ทำคิดว่าต้องทำให้ได้ ไม่ใช่เพียงช่วยให้ชาวบ้านสื่อสารกันได้ แต่ผมมองว่า ต่อไปถ้ามีเหตุการณ์ภัยพิบัติ หมู่บ้านแห่งนี้จะไม่รู้ข่าวสาร การแจ้งเตือนจาก Cell Broadcast ที่ทางการแจ้งก็มาไม่ถึง”
หลังจากการสำรวจพื้นที่และรวบรวมข้อมูลแล้ว ทีมงานทรูที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมกันทำงานเร่งด่วน
“หัวใจสำคัญของงานนี้ คือการหาจุดติดตั้งกระจายสัญญาณได้ครอบคลุมทั่วทั้งหมู่บ้าน สำหรับความถี่ต้องเป็นคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตที่เป็นย่านความถี่ต่ำที่มีประสิทธิภาพในการกระจายสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ ตอบโจทย์ทั้งการโทรและใช้ดาต้า” รุ่งโรจน์ พงศ์ศรีวัฒน์ ทีม RAN Planning & Optimization ภาคเหนือของทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงการทำงาน




เมื่อแผนพร้อม ทีมหน้างานก็เข้ามาดำเนินงานการเงื่อนไขหลายอย่างของพื้นที่ เสรี ทรงชัยกุล ทีม Regional Network Rollout and Operation ภาคเหนือ ของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่รับผิดชอบในการดูแลติดตั้งโครงข่าย เล่าว่า “ความท้าทายแรกคือ เส้นทางลำบาก การขนส่งอุปกรณ์เข้ามาต้องใช้ทีมงานที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ ต่อมาคือ พอพื้นที่ห่างไกลไฟฟ้าจะดับบ่อย เราจึงเพิ่มแบตเตอรี่สำรองเข้าไปด้วย ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ ชุมชมก็ยังใช้งานสัญญาณได้ต่อเนื่อง”

• “สัญญาณแรก” ที่มีความหมาย
วันที่ 16 มกราคม 2569 สัญญาณแรกของทรูได้ส่งถึงและครอบคลุมทั้งหมู่บ้านเลาสูนอก สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่เพียงเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นในหมู่บ้าน หรือเสียงปลายสายที่ได้ยินอย่างชัดเจน แต่คือ โอกาสและความเท่าเทียม ที่ความห่างไกลจะไม่ใช่อุปสรรคของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกต่อไป
“ต่อไปนี้ลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือ ไปทำงานในเมือง จะได้โทรหาพ่อแม่และติดต่อหาญาติได้ตลอด ไม่ต้องคอยเป็นห่วงกัน เด็กๆ ก็มีอินเทอร์เน็ตไว้ค้นคว้าหาความรู้ ข่าวสารราชการก็จะมาถึงได้ไว การทำมาหากิน ขายกาแฟของชาวบ้านก็ติดต่อพ่อค้าได้สะดวก หรือถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยฉุกเฉินก็โทรติดต่อโรงพยาบาลได้ทันที วันนี้ดีใจมากที่ได้บ้านเราได้มีสัญญาณมือถือ ที่จะช่วยให้ชีวิตของคนในหมู่บ้านดีขึ้นจริงๆ” สมชัย กล่าวด้วยรอยยิ้ม

• เพราะสัญญาณที่มีความหมาย คือสัญญาณที่เชื่อมต่อชีวิตผู้คน
บรรยากาศในหมู่บ้านเลาสูนอกวันนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สำหรับทีมทรูแล้ว ภารกิจครั้งนี้เป็นมากกว่าการขยายโครงข่ายมายังพื้นที่ห่างไกล แต่คือการได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้คน และเป็นการสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมด้วยโครงข่ายสัญญาณที่มุ่งมั่นพัฒนา ซึ่งเป็นคุณค่าและความหมายของการทำงานที่ทุกคนภูมิใจ

“วันนี้พวกเราทีมทรูดีใจมาก ที่ได้นำสัญญาณมือถือมาให้ชาวบ้านบ้านเลาสูนอกได้ใช้งาน เพราะมากกว่าเรื่องการสื่อสารที่สะดวก คือโอกาสที่พวกเขาจะนำไปใช้ในชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นความภูมิใจของพวกเราชาวทรูทุกคน” ธงชัย กล่าวทิ้งท้ายในนามของทีมทรู

###
True Blog: https://trueblog.info/blog/ban-laosu-nok-3/

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภาท.๖๑ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
โทร089498 1477

ผบช.น. และคณะฯ ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจเยี่ยม สน.ชนะสงคราม พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพให้กับข้าราชตำรวจสน.ชนะสงคราม จำนวน 170 ชุด และจัดเลี้ยงอาหาร

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

ผบช.น. และคณะฯ ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจเยี่ยม สน.ชนะสงคราม พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพให้กับข้าราชตำรวจสน.ชนะสงคราม จำนวน 170 ชุด และจัดเลี้ยงอาหาร


วันพฤหัสที่ 22 ม.ค. 69
เวลา 16.30น.








พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ชัยพัชร์ ศรีประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 และคณะตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจเยี่ยม สน.ชนะสงคราม พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพให้กับข้าราชตำรวจสน.ชนะสงคราม จำนวน 170 ชุด และจัดเลี้ยงอาหาร โดยมี 
พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผู้กำกับสน.ชนะสงคราม, 
ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.-ประธานกต.ตร.สน.ชนะสงคราม-ประธานคณะขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนา เขตพระนคร-ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎร, 
ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.-ประธานกต.ตร.จว.นนทบุรี(ภาคประชาชน)-ประธานที่ปรึกษากต.ตร.สน.ชนะสงคราม, 
คุณเรืองชัย องค์ศรีตระกูล, 
คุณวิษณุ ชิระนุรังสี, 
คุณอรพินท์ ชินวงศ์พรหม กต.ตร.สน.ชนะสงคราม และคณะกต.ตร.กทม. พร้อมด้วย
พ.ต.ท.โกมลสิทธิ์ สวัสดิ์มงคล รองผกก.ป., 
พ.ต.ท.อาทิตย์ พลังนา รองผกก.จร. 
พ.ต.ท.พงษ์นรินทร์ อนันตชาติ รองผกก.สอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงคราม ร่วมต้อนรับ ณ สน.ชนะสงคราม 











#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภาท.๖๑ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
โทร089498 1477

โพสต์ข่าวแนะนำ

กอล์ฟการกุศลเพื่อคนอาชีพข่าว

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ กอล์ฟการกุศลเพื่อคนอาชีพข่าว   วันที่ 22 มกราคม 2569  ณ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก ถนนรามอินทรา  กรุงเทพมหานคร สม...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ

ข่าวดังรายสัปดาห์ HOT NEWS