วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569

### ถอดรหัสDNA​ปลาหมอคางดำ​ "​ต้นตอไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว" ###

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

### ถอดรหัสDNA​ปลาหมอคางดำ​ "​ต้นตอไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว" ###



ถ้าปลาหมอคางดำในไทยมี DNA ไม่เหมือนกันทั้งหมด​คำถามจึงอาจไม่ใช่แค่
"ปลามาจากไหน?"
แต่ต้องถามต่อว่า
"เข้ามากี่ครั้งและเดินทางต่ออย่างไร?"
เมื่อหลักฐานทางพันธุกรรมเริ่มขี้ภาพการระบาดที่ซับซ้อนกว่าที่คิด
และชี้ว่า
"ต้นตอไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว"
DNA​ กำลังบอกอะไรเรา?
ตลอดหลายปี​ที่ผ่านมา​คำถามเรื่อง
"ต้นตอปลาหมอคางดำ"
กลายเป็นหนึ่งในปริศนาที่สังคมไทย​ยังหาคำตอบร่วมกันไม่ได้
ปลาชนิดนี้เข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไร
ใครนำเข้ามา หลุดออกจากระบบเมื่อใด​และเหตุใดจึงแพร่กระจายไปได้ไกล​ถึง​หลายจังหวัด?
คำตอบที่พูดถึงมีหลายแนวทาง​แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิทยาศาสตร์คือ DNA ของปลา
เพราะ DNA ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่า​ "​ปลาตัวนี้เป็นปลาหมอคางดำ" ​แต่ยังสามารถใช้เปรียบเทียบความสัมพันธ์​ระหว่างประชากรปลาในแต่ละพื้นที่เพื่อดูว่าปลาเหล่านั้นมีความใกล้ชิดกันมากน้อยเพียงใด​และอาจมีประวัติการเคลื่อนย้ายอย่างไร​
พูดง่ายๆ​คือ​ถ้าปลาจากคนละพื้นที่มีรูปแบบพันธุกรรมเหมือน​หรือแตกต่างกัน
ข้อมูลเหล่านี้​สามารถ
ต่อจิ๊กซอว์ เส้นทางการแพร่กระจายได้
และนี่คือเหตุผลว่า​ ทำไมเรื่องนี้ต้องดูถึงระดับ DNA
เพราะ
"ข้อสันนิษฐาน"
กับ
"ข้อ​ค้นพบทางวิทยาศาสตร์" ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
​ยิ่งตรวจยิ่งเห็นว่า DNA ไม่ได้มีแบบเดียว​
​งานวิจัยล่าสุดเรื่อง​ Genetic diversity, population structure and multiple introductions of invaive blackchin tilapia Sarotherodon melanotheron in Thailand







จัดทำโดยคณะนักวิจัยจาก​ สถาบันทรัพยากรทางน้ำ​ และคณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ซึ่งตีพิมพ์ไว้ในวารสาร
Aquaculture Reports
ศึกษาตัวอย่างปลาหมอคางดำถึง 466 ตัวอย่าง​ จาก 20 พื้นที่
นักวิจัยพบ 19​ haplotypes
หรือรูปแบบพันธุกรรมและในจำนวนนี้มีถึง 13​ ​รูปแบบที่พบเฉพาะบางพื้นที่
ความหมายจึงไม่ได้อยู่แค่คำว่า  "DNA ต่างกัน"  ​แต่ต้องถามต่อว่าต่างกันอย่างไร​และรูปแบบความแตกต่างนั้นกำลังบอกอะไร?
หากปลาหมอคางดำทั้งหมดในประเทศไทย​มาจากแหล่งเดียว​หลุดออกมาจากประชากรตั้งต้นเพียงกลุ่มเดียวแล้วค่อยๆแพร่ขยายต่อกันมาเราคาดหวังว่าจะเห็นลักษณะทางพันธุกรรมที่สอดคล้องกับแนวคิดดังกล่าวมากกว่า
แต่สิ่งที่พบกับมีความหลากหลายทางพันธุกรรม​และมีรูปแบบเฉพาะพื้นที่หลายรูปแบบ

นักวิจัยจึงต้องวิเคราะห์ต่อ​ทั้งเครือข่าย​  haplotype ​และความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการก่อนพบความเชื่อมโยงกับประชากรธรรมชาติจากแอฟริกาตะวันตกหลายกลุ่ม
ทั้งกานา โกตดิวัวร์ ​รวมถึงข้อมูลจาก โตโก​และเบนิน​
ข้อมูลเหล่านี้จึงสนับสนุนสมมติฐานสำคัญว่า​ 
ปลาหมอคางดำในไทยอาจไม่ได้มาจากการนำเข้าเพียงครั้งเดียวหรือแหล่งเดียว
แต่มีความเป็นไปได้ของ​ multiple introductions
หรือการนำเข้าหลายครั้งจากหลายแหล่ง

​ไม่ใช่แค่​ "มาจากไหน"... แต่   ​"ถูกพาไปไหนก็สำคัญ" ก็สำคัญ

เรื่องที่น่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่ที่ต้นทางต่างประเทศ​  ​เพราะงานวิจัยยังพบว่าโครงสร้างทางพันธุกรรมของปลา​ในบางพื้นที่ไม่ได้เรียงตัวตามระยะทางภูมิศาสตร์อย่างง่าย
ตัวอย่าง 1 คือประชากรจากสมุทรสงครามซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการพบการรุกรานครั้งแรกมีความแตกต่างทางพันธุกรรมอย่างชัดเจนจากประชากรในเพชรบุรีแม้พื้นที่จะมีระบบน้ำเชื่อมต่อกัน
ขณะเดียวกันพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลกันกลับพบรูปแบบพันธุกรรมที่ใกล้เคียงกัน
นี่จึงเปิดอีกคำถามใหญ่




ถ้าปลาไม่ได้แพร่ไปตามธรรมชาติอย่างเดียว ​แล้วใครหรืออะไรเป็นตัวพามันเคลื่อนที่ ?  
นักวิจัยเสนอหลักฐานที่สอดคล้องกับแนวคิด
human-mediated secondary introduction ​หรือการเคลื่อนย้ายโดยมนุษย์ภายในประเทศภายหลัง
โดยเฉพาะการพบ​ haplotype​ เดียวกันในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้​ซึ่งอยู่ห่างไกลกัน
DNA จึงไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนทำ ​แต่กำลังบอกว่าเส้นทางการแพร่กระจายอาจซับซ้อนกว่าการว่ายน้ำจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง

​แล้วผลของกรมประมงบอกอย่างไร ?
เมื่อย้อน​กลับไปดูงานศึกษาของกรมประมงก็พบภาพที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
งานวิจัยปี 2563 ซึ่งใช้​เครื่องหมายพันธุกรรม
microsatellite 5 ตำแหน่ง
พบว่าประชากรปลาหมอข้างดำจากแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันและมีโครงสร้างประชากรแบ่งออกเป็นรายกลุ่มโดยประชากรจากระยองมีความแตกต่างจากกลุ่มสมุดสงครามเพชรบุรีชุมพรและประจวบคีรีขันธ์อย่างชัดเจน​พบว่าประชากรปลาหมอข้างดำจากแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันและมีโครงสร้างประชากรแบ่งออกเป็นรายกลุ่มโดยประชากรจาก​ ระยองมีความแตกต่างจากกลุ่มสมุทรสงคราม​ เพชรบุรี​ ชุมพร​ และประจวบคีรีขันธ์  อย่างชัดเจน
ต่อมางานของกรมประมงปี 2565​ ​ซึ่งตรวจ​ mitochondrial DNA​  บริเวณ​ D-loop จาก​ 125 ตัวอย่าง​ พบ​ 15​ ​haplotypes
ทั้งรูปแบบที่พบหลายจังหวัดและรูปแบบเฉพาะบางพื้นที่
นั่นหมายความว่าแม้การศึกษาจะใช้วิธีและจำนวนตัวอย่างแตกต่างกันแต่มีข้อเท็จจริง หนึ่ง ที่น่าสนใจร่วมกัน
ปลาหมอคางดำในประเทศไทย​ไม่ได้มีองค์ประกอบทางพันธุกรรมเหมือนกันทั้งหมด
นี่คือจุดที่ควรอ่านอย่างระมัดระวัง
เพราะงานวิจัยแต่ละฉบับอาจตีความเรื่อง​ "​​แหล่งกำเนิด"
แตกต่างกันขณะที่งานล่าสุดซึ่งมีตัวอย่างมากขึ้นและเปรียบเทียบ​กับประชากรจากต่างประเทศสนับสนุนสมมติฐานเรื่อง การนำเข้าหลายครั้ง มากกว่าแหล่งเดียว​ 
ดังนั้นสิ่งที่ DNA ยืนยันได้กับสิ่งที่เราอนุมาน​จาก DNA จึงต้องแยกออกจากกัน
และนี่อาจเป็นคำถาม
ใหญ่กว่าปลาหมอคางดำ
หากการแพร่ระบาดไม่ได้มีเพียงเส้นทางธรรมชาติและ​มีหลักฐานที่สนับสนุนการเคลื่อนย้ายโดยมนุษย์
คำถามต่อไปจึงไม่ควรหยุดอยู่แค่
"​ใครนำเข้าปลาหมอคางดำ ​?"
แต่ต้องขยายไปถึงระบบทั้งหมดว่า​ประเทศไทยมีช่องโหว่ตรงไหน​ในการนำเข้าซื้อขายครอบครองและเคลื่อนย้ายสัตว์ต่างถิ่น ​?
เพราะปลาหมอคางดำอาจไม่ใช่บทเรียนแรกของไทย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาสัตว์ต่างถิ่นหลายชนิดถูกนำเข้ามาเพื่อการค้าการเลี้ยง​หรือวัตถุประสงค์อื่น​ ​ก่อนบางชนิดจะหลุดรอดและกลายเป็นปัญหาต่อระบบนิเวศ
ดังนั้น​  ​ปริศนาปลาหมอคางดำจึงอาจไม่ได้มีคำตอบแค่เรื่อง "ต้นทาง"
แต่กำลังพาเราไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า
"​เราปล่อยให้สิ่งมีชีวิตจากต่างถิ่นเดินทางเข้าประเทศ และเดินทางต่อภายในประเทศได้อย่างไร​ ?"
เพราะหาก DNA กำลังบอกว่า ​"ต้นตอไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว" ​สิ่งที่ประเทศไทยต้องถอดรหัสต่อไม่ใช่เพียง DNA ของปลา ​แต่​คือเส้นทางการนำเข้าการเคลื่อนย้าย​และช่องโหว่ของระบบที่ทำให้การระบาดเกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำอีก
และคำตอบสุดท้ายว่า
ใครนำเข้า​เมื่อใดและนำเข้ากี่ครั้ง​  ​ยังคงต้องใช้หลักฐานอีกหลายด้าน​ทั้งเอกสารเส้นทางการค้าพยานและข้อมูลจากการบังคับใช้กฎหมาย​มาประกอบกับหลักฐานทางพันธุกรรม
เพราะ DNA อาจบอกเส้นทางของปลาได้แต่ไม่ได้บอกชื่อคน
และนั่นคือเหตุผลที่ปริศนาปลาหมอข้างดำยังไม่จบแค่ผลตรวจ​ DNA

#ปลาหมอคางดำ​ #DNA  #งานวิจัย​ #วิจัย

พิธีเปิดโครงการ “ค่ายผู้นำเยาวชนดีเด่นสร้างชาติ” ประจำปี 2569

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

พิธีเปิดโครงการ “ค่ายผู้นำเยาวชนดีเด่นสร้างชาติ” ประจำปี 2569



วันพฤหัสบดีที่ 27 ส.ค. 69 
เวลา 09.30 น. 









ท่าน ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ค่ายผู้นำเยาวชนดีเด่นสร้างชาติ” ประจำปี 2569 พร้อมด้วย ท่าน พล.ต.ท.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กเยาวชน - อดีตผบช.รร.นรต. ,คุณ มนสิการ สำราญสำรวจกิจ ประธานคณะทำงานโครงการค่ายผู้นำฯ , ดร.พีรวัฒน์ - ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กเยาวชน -ประธานกต.ตร.จว.นนทบุรี(ภาคประชาชน) -ที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 1 -ประธานกต.ตร.สน.ชนะสงคราม-ประธานคณะขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาเขตพระนคร และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธี พร้อมกันนี้ ท่าน ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช  ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่  ดร.นฤมล , ดร.พีรวัฒน์ และดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ อีกด้วย ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเยาวชนดีเด่นทุกคนด้วยครับ ณ ห้องประชุม ชั้น 3  ตึกนวมหาราช สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ










#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#๐๘๙-๔๙๘-๑๔๗๗

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี
.

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 









มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ และ ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ/อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ จัดพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จำนวน 3,000 ชุด ซึ่งในปีนี้จัดเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาทั้งชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ สิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ พร้อมมอบค่าพาหนะคนละ 200 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ สอดรับกับค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวสุวรรณี มะโนสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านบัญชีและการเงิน/รักษาการผู้จัดการ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา, สหคลินิกสมิติเวช เจ พาร์ค, คณะพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา, บริษัท แปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา จำกัด, ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ อาทิ นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และนางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมในพิธี ณ บริเวณคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี
.









งานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เพิ่มจำนวนชุดเครื่องอุปโภคบริโภคให้มากกว่าปีที่ผ่านมา ให้สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนขั้นต้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ยากไร้ รวมถึงขยายพื้นที่ในแจกจ่ายสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเมื่อวันที่ 16 และ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ณ บริเวณสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และปล่อยคาราวานจากศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ แจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ 6 เขต กรุงเทพฯ และยังมีกำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ยากไร้อีก 1 แห่งในวันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ รวมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 แก่ผู้ยากไร้ 3 จังหวัด คิดเป็นมูลค่า 15.8 ล้านบาท
.







สำหรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์ร่วมงานมหาบุญ มหากุศล ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 นี้ ยังคงสามารถ ร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) และทำบุญบริจาคชุดข้าวสาร อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับทั้งที่เป็นญาติและไม่ใช่ญาติ พร้อมกับได้ทำทานให้ผู้ยากไร้ ได้ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย และ ทำบุญ “ทิ้งกระจาดออนไลน์” ผ่านเว็บไซต์ https://pttfny.net/newsh ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญ มหากุศลนี้ มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป
.
“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” @Aramrit Kosiyakanon 

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#๐๘๙-๔๙๘-๑๔๗๗

ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธานกต.ตร.สน.ชนะสงคราม เป็นประธานประชุม คณะกต.ตร.สน.ชนะสงคราม

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธานกต.ตร.สน.ชนะสงคราม
เป็นประธานประชุม คณะกต.ตร.สน.ชนะสงคราม



วันอังคารที่ 25 ส.ค.69







ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.-ประธานกต.ตร.สน.ชนะสงคราม-ประธานที่ปรึกษาสมาคมตำรวจ-ประธานคณะขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนา เขตพระนคร-ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมกต.ตร.สน.ชนะสงคราม โดยมี พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผู้กำกับสน.ชนะสงคราม, ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธานกต.ตร.จว.นนทบุรี (ภาคประชาชน)-ประธานที่ปรึกษาสมาคมตำรวจ-ที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค1, พ.ต.ท.โกมลสิทธิ์ สวัสดิ์มงคล รองผกก.ป้องกันปราบปราม, พ.ต.ท.โชคอำนวย วงษ์บุญฤทธิ์ รองผกก.สอบสวน, พ.ต.ท.อาทิตย์ พลังนา รองผกก.จราจร, ร.ต.อ.ไชยรัตน์ กิจประเสริฐ รองสารวัตรจราจร, คุณสง่า เรืองวัฒนกุล, คุณเรืองชัย องค์ศรีตระกูล, คุณภทรธร หาญรักษ์, คุณอโนชัย ชัยรัตน์คุณพรชัย ชีพเชี่ยวชาญชัย และข้าราชการตำรวจสน.ชนะสงคราม ร่วมประชุมหารือและติดตามการทำงาน





พร้อมทั้ง ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.-ประธานกต.ตร.สน.ชนะสงคราม-ประธานที่ปรึกษาสมาคมตำรวจ-ประธานคณะขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนา เขตพระนคร-ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอโครงการ “เสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายด้วยมวยไทย” แก่ข้าราชการตำรวจและบุคคลากรในสน.ชนะสงคราม เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาศักยภาพกำลังพลให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ณ สน.ชนะสงคราม 

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#๐๘๙-๔๙๘-๑๔๗๗

โพสต์ข่าวแนะนำ

### ถอดรหัสDNA​ปลาหมอคางดำ​ "​ต้นตอไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว" ###

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ ### ถอดรหัสDNA​ปลาหมอคางดำ​ "​ต้นตอไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว" ### ถ้าปลาหมอคางดำในไทยมี DNA ไม่เหมือนกั...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ

ข่าวดังรายสัปดาห์ HOT NEWS