วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

(ดร.แก้ว)ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดธัญบุรีพร้อมคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรีปรับปรุงห้องที่ปรึกษาภาคประชาชนจนแล้วเสร็จ

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

(ดร.แก้ว)ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดธัญบุรีพร้อมคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรีปรับปรุงห้องที่ปรึกษาภาคประชาชนจนแล้วเสร็จ 



ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ(ดร.แก้ว)ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร, อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี,ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดธัญบุรี,ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1,ประธานกิตติมศักดิ์ กต.ตร.จว.นนทบุรี,ผู้ก่อตั้งเพจ ”ดร.แก้วช่วยได้“
พร้อมคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ได้ดำเนินการปรับปรุงและติดตั้งระบบไฟส่องสว่างเพิ่มเติมภายในห้องที่ปรึกษาภาคประชาชนจนแล้วเสร็จ เพื่อยกระดับคุณภาพของสถานที่ให้มีความพร้อมต่อการให้บริการประชาชนมากยิ่งขึ้น

ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ(ดร.แก้ว)ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดธัญบุรีได้กล่าวว่า 
การปรับปรุงครั้งนี้ร่วมการพิจารณากับอัยการจังหวัดธัญบุรีและคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการภาคประชาชน จังหวัดธัญบุรี มุ่งเน้นการเพิ่มความสว่างภายในห้องให้ทั่วถึงและเหมาะสมต่อการใช้งาน ช่วยสร้างบรรยากาศที่โปร่งโล่ง สบายตา และเอื้อต่อการให้คำปรึกษาในด้านกฎหมาย ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ



นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของสถานที่ให้มีความเป็นระเบียบ สะอาด และทันสมัย สร้างความประทับใจแก่ประชาชนผู้มาใช้บริการ รวมถึงเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพิ่ม
ความมุ่งมั่นในการพัฒนาสถานที่และการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและส่วนรวมต่อไป

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569

นนทบุรี พ่อพาลูกสาวร้อง “ดร.แก้ว” ถูกขาใหญ่ อ้างชื่อ “บ้านท่าทราย” ข่มขู่ก่อนรุมสาววัย 16 ปี จับถอดเสื้อ-กักขัง ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

นนทบุรี พ่อพาลูกสาวร้อง “ดร.แก้ว” ถูกขาใหญ่ อ้างชื่อ “บ้านท่าทราย” ข่มขู่ก่อนรุมสาววัย 16  ปี จับถอดเสื้อ-กักขัง ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด



     เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 มิ.ย. 69 นายกฤษณะ อายุ 34 ปี บิดาของ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี ,ประธาน กต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ และผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” หลังลูกสาวพร้อมเพื่อนรวม 4 คน อ้างว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 10 คน ซึ่งอ้างตัวเป็นคนบ้านใหญ่ย่านท่าทราย รุมทำร้ายร่างกาย กักขัง และพยายามถอดเสื้อกลางซอยนนทบุรี 23 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เหตุเกิดวันที่ 29 พ.ค. 69 เวลา 21.00 น. 

     น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างเพื่อนของตนชื่อ “เนม” กับหญิงสาวชื่อ “นิว” ซึ่งอยู่ในซอยดังกล่าว โดยก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 สัปดาห์ ตนเคยขับขี่รถจยย.ไปรับเพื่อนในซอย และมีการมองหน้ากันจนเกิดปากเสียงกับฝั่งคู่กรณี เพราะอีกฝ่ายทราบว่าตนเป็นเพื่อนของคนที่มีปัญหากัน








     กระทั่งวันเกิดเหตุ น.ส.นิวได้ทักข้อความผ่านอินสตาแกรม นัดให้เข้าไปพูดคุยเคลียร์ปัญหาที่บ้าน ตนจึงชวนเพื่อนไปด้วยประมาณ 5 คน ขับขี่รถจยย.เข้าไปในซอยเพื่อเจรจา แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบน.ส.นิว จึงสอบถามบุคคลในบ้าน กระทั่งทราบว่าเป็นพ่อของน.ส.นิว ก่อนที่แม่ของน.ส.นิว จะออกมาพูดคุยและพยายามไกล่เกลี่ย พร้อมขอให้กลับมากันใหม่ในวันรุ่งขึ้น

     แต่ระหว่างนั้น ชายคนหนึ่งชื่อ “นายต๋อย” ซึ่งคาดว่าอาศัยอยู่บ้านฝั่งตรงข้าม ได้เดินออกมาด่าทอด้วยถ้อยคำท้าทาย อาทิ “มองหน้ากูทำไม กูไม่ใช่เพื่อนเล่นมึงนะ จะลองกับกูไหม รู้จักบ้านท่าทรายป่าว” ก่อนจะเดินปรี่เข้ามาตบเพื่อนของตนที่ยืนอยู่ด้านหลังแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

     น.ส.เอ กล่าวต่อว่า ขณะนั้นตนกำลังใช้โทรศัพท์บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ จึงรีบหยุดถ่ายแล้วเข้าไปช่วยเพื่อนด้วยการถีบชายคนดังกล่าว ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย เมื่อชายชื่อ “นายยัน” ซึ่งมีรอยสักทั่วตัว เข้ามากระชากคอเสื้อและตบหน้าตน ขณะที่ชายชื่อ “นายดุ๋ม” ซึ่งเป็นพ่อของนายยัน ก็เข้ามาร่วมรุมทำร้ายอีกคน ทำให้ตนต้องวิ่งหนีออกมาที่กลางซอยเพื่อเอาชีวิตรอด

     อย่างไรก็ตาม กลุ่มคู่กรณีไม่ยอมหยุด โดยนายยันพร้อมพวกรวมหลายคนยังวิ่งตามมารุมทำร้ายซ้ำกลางซอย พร้อมทั้งถอดเสื้อยืดของตนออก พยายามดึงเสื้อชั้นในและพยายามเปิดหน้าอก ท่ามกลางสายตาผู้คนในละแวกดังกล่าว โชคดีที่เพื่อนสามารถนำเสื้อกลับมาใส่ให้ได้

     น.ส.เอ เล่าต่อว่า ระหว่างพยายามวิ่งหลบหนี ได้ขอความช่วยเหลือจากชาย 2 คน ที่เดินผ่านบริเวณนั้น แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยว จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน ยังวิ่งไล่ตามและรุมทำร้ายอีกระลอก ตนจึงได้แต่ก้มหน้าและพยายามป้องกันตัว ก่อนจะอาศัยจังหวะหลบหนีออกจากซอย วิ่งข้ามถนนไปเรียกรถที่ผ่านมาช่วยพาส่งบ้านพ่อ

     ขณะเดียวกัน โทรศัพท์มือถือและรถจยย.ของตนยังคงอยู่ในจุดเกิดเหตุ พร้อมเพื่อนอีก 3 คนที่ไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ เนื่องจากถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุควบคุมตัวไว้ ไม่ยอมให้กลับบ้าน โดยเพื่อนพยายามจะขับขี่รถจยย.ออกมาแต่ถูกยึดกุญแจและสกัดไม่ให้ไปไหน จนกระทั่งพ่อของตนเดินทางมาถึงพร้อมแจ้งตำรวจเข้าช่วยเหลือ

     สำหรับอาการบาดเจ็บ ตอนนี้มีบาดแผลบริเวณเบ้าตาขวา ปากแตก และมีรอยแดงช้ำบริเวณต้นแขนด้านซ้ายใกล้รักแร้จากการถูกกระชากและพยายามถอดเสื้อ แม้บาดเจ็บไม่สาหัส แต่สภาพจิตใจยังคงหวาดกลัว โดยเฉพาะเรื่องอิทธิพลในพื้นที่ เนื่องจากชายชื่อ “นายต๋อย” เป็นบุคคลที่มีคนเกรงใจจำนวนมาก ทำให้เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งยังต้องใช้เส้นทางดังกล่าวเดินทางไปเรียนหนังสือเป็นประจำ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามคดีและดูแลความปลอดภัย

     ด้านนายกฤษณะ ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า หลังลูกสาววิ่งหนีตายกลับมาถึงบ้านและเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ตนรีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันที พบกลุ่มคู่กรณีอยู่ในพื้นที่ จึงสอบถามถึงสาเหตุที่รุมทำร้ายลูกสาวและเพื่อน ก่อนประสานตำรวจสภ.รัตนาธิเบศร์ เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือเด็กทั้งหมดออกมาอย่างปลอดภัย

     นายกฤษณะ กล่าวต่อว่า จากการสอบถามกลุ่มผู้ก่อเหตุอ้างว่าเด็กกลุ่มนี้ “ปากแจ๋ว” จึงลงมือทำร้าย แต่ตนมองว่าไม่ใช่เหตุผลที่จะใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะการรุมทำร้ายเด็กผู้หญิงและการกักขังไม่ให้กลับบ้าน พร้อมทั้งมีการประกาศศักดาอ้างความใหญ่โตของกลุ่มตนในพื้นที่ จึงตัดสินใจพาลูกสาวเข้าร้องเรียนต่อ ดร.แก้ว เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกที่ต้องเดินทางไปเรียนและทำงานทุกวัน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด

     ด้าน ดร.แก้ว เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายแล้ว และได้ประสานไปยังรองผู้กำกับการสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งทางตำรวจรับปากจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว

     ดร.แก้ว กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผู้เสียหายร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นการรุมทำร้าย กักขัง หรือพยายามถอดเสื้อเด็กผู้หญิงกลางซอย ถือเป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรง และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน พร้อมฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาแสดงความรับผิดชอบและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก่อนที่คดีจะบานปลายไปมากกว่านี้

”ดร.แก้ว“นำทีม NDC1 โชว์ฟอร์ม โดดเด่นคว้าตำแหน่ง“แมนออฟเดอะแมทช์”และพาทีมเถลิงบัลลังก์แชมป์ คว้าถ้วยใบใหญ่ไปครอง ศึกฟุตบอลประเพณี "วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม ประจำ ปี 2569"

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.แก้ว“นำทีม NDC1 โชว์ฟอร์ม โดดเด่นคว้าตำแหน่ง“แมนออฟเดอะแมทช์”และพาทีมเถลิงบัลลังก์แชมป์ คว้าถ้วยใบใหญ่ไปครอง  ศึกฟุตบอลประเพณี "วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม ประจำ ปี 2569"



เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 
เวลา 19.00 น. 












ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) มีการแข่งขันฟุตบอล วปอ.ลีค คัพ เพื่อสังคม ประจำปี 2569 รอบ GRAND FINAL คู่ชิงชนะเลิศ ระหว่าง NDC1 พบกับ วปอ.67  ทีม NDC1 ชุดสีเขียว นำโดย ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว วปอ.64,ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ลงสนามฟาดแข้งกันอย่างดุเดือด กับคู่ชิง ทีม วปอ.67 ชุดสีน้ำเงินชมพู นำทีมโดยนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล วปอ.67, รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่2  ในเกมสู้กันอย่างดุเดือด คู่คี่สูสีกันสนุกสนานสนาน จบเกมเสมอในเวลา 1 ประตูต่อ 1 โดยทีม วปอ.67 ดวลจุดโทษชนะทีม NDC1 ไปด้วยสกอร์ 5 ประตูต่อ 3 (สกอร์รวม) ทีมวปอ.67 คว้าแชมป์ไปครอง ตามตารางคะแนนการแข่งขัน ส่วนถ้วย วปอ.ลีก คัพ ซึ่งเป็น ถ้วยใบใหญ่สุดของรายการนี้  ทีม NDC1 คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่  และทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้มี 6 ทีม
















ได้แก่ NDC1, NDC2, NDC3, วปอ.66, วปอ.67 และวปอ.68 (ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมในปีนี้) โดยเริ่มเตะรอบแรกแบบพบกันหมดมาตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา 

ต่อมาเวลา 20.30-21.30 น.นักกีฬาทุกคนรับมอบถ้วยรางวัลและเหรียญที่ระลึกพร้อมร่วมพิธีปิดอย่างเป็นทางการ  

ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) 
ถ.พหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา ปทุมธานี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าโครงการ “พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องในถิ่นทุรกันดาร” ครั้งที่ 3 รุดส่งมอบชุดพัดลมเพดาน แขวนผนัง และตั้งพื้น พร้อมค่าพาหนะ ค่าติดตั้งพัดลม แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนเพิ่มอีก 5 จังหวัด รวมมูลค่ากว่า 9 แสนบาท

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าโครงการ “พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องในถิ่นทุรกันดาร” ครั้งที่ 3 รุดส่งมอบชุดพัดลมเพดาน แขวนผนัง และตั้งพื้น พร้อมค่าพาหนะ ค่าติดตั้งพัดลม แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนเพิ่มอีก 5 จังหวัด รวมมูลค่ากว่า 9 แสนบาท
.

ระหว่างวันที่ 5-9 มิถุนายน พ.ศ. 2569 







มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์/หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่มอบชุดพัดลมเพดาน แขวนผนัง และตั้งพื้น รวมทั้งชุดนักเรียน ในโครงการ พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องในถิ่นทุรกันดาร ครั้งที่ 3 ให้แก่สถานศึกษาในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา สิงห์บุรี  ชัยนาท  ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี รวม 5 จังหวัด 25 โรงเรียน รวมจำนวนพัดลมทั้งสิ้น 274 ตัว พร้อมมอบค่าพาหนะให้แก่โรงเรียนๆ ละ 2,000 บาท และค่าติดตั้งพัดลมแก่โรงเรียนๆ ละ 3,000 บาท นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้มอบชุดนักเรียน ให้แก่นักเรียนทั้ง 25 โรงเรียน รวม 750 ชุด รวมงบประมาณทั้งสิ้น 995,494 บาท (เก้าแสนเก้าหมื่นห้าพันสี่ร้อยเก้าสิบสี่บาทถ้วน) เพื่อลดสภาวะอากาศร้อนภายในโรงเรียน ให้นักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียนได้คลายร้อนและมีสมาธิในการเรียนการสอน โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย มูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจุดสิงห์บุรี ร่วมลงพื้นที่แจกจ่าย
.





โครงการพัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องถิ่นทุรกันดาร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษาถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนพัดลม จึงมอบหมายให้คณะกรรมการมูลนิธิฯ จัดทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เร่งดำเนินการโครงการ พัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องถิ่นทุรกันดาร นำร่องเมื่อปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดยมอบชุดพัดลมแก่สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี รวม 5 จังหวัด  25 โรงเรียน  และได้ขยายพื้นที่บรรเทาทุกข์ต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2569 รวมการดำเนินการโครงการพัดลมคลายร้อน สร้างสุข เพื่อน้องถิ่นทุรกันดารแล้ว 15 จังหวัด 75 โรงเรียน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท 
  .





ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ชนชั้น และศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ภายใต้ปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.



ติดตามข่าวสาร กิจกรรม ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือคลิกเพื่อติดตามทางช่องทางอื่นๆ รวมถึงพิกัดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#089-498-1477

โพสต์ข่าวแนะนำ

(ดร.แก้ว)ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดธัญบุรีพร้อมคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรีปรับปรุงห้องที่ปรึกษาภาคประชาชนจนแล้วเสร็จ

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ (ดร.แก้ว)ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดธัญบุรีพร้อมคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวั...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ

ข่าวดังรายสัปดาห์ HOT NEWS