วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

สุดอาลัย! ”ดร.แก้ว“ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ"พ.ต.อ.ธงชัย" ภรรยา-ครอบครัว ขรก.ร่วมส่งครั้งสุดท้าย

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

สุดอาลัย! ”ดร.แก้ว“ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ"พ.ต.อ.ธงชัย" ภรรยา-ครอบครัว ขรก.ร่วมส่งครั้งสุดท้าย





เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2569 เวลา 17.00 น. 

ดร.ปรเมศร์  ชัยพัชรกุลพงษ์  หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ ตำรวจสภาผู้แทนราษฎร, เลขานุการประจำกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร, ประธานคณะคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี, ที่ปรึกษาผู้บัญชาการภาค1 เดินทางเข้าร่วม พิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี โดยมีครอบครัว ญาติ และบุคคลใกล้ชิด เข้าร่วมพิธี






พิธีดังกล่าวมี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช)
เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหน่วยงานราชการหลายแห่ง รวมถึงประชาชนใน จ.นนทบุรีเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและร่วมพิธีเป็นจำนวนมากเพื่อร่วมส่ง พ.ต.อ.ธงชัย เป็นครั้งสุดท้าย  

ณ วัดสพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

”ดร.แก้ว“ร่วมรำลึกภาคภูมิใจในโอกาสอันเป็นมงคล ได้เป็นส่วนหนึ่งในการ สนับสนุนและร่วมจัดพิธีบูรณะศาล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกองบังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.แก้ว“ร่วมรำลึกภาคภูมิใจในโอกาสอันเป็นมงคล ได้เป็นส่วนหนึ่งในการ สนับสนุนและร่วมจัดพิธีบูรณะศาล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกองบังคับการ
ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี 

ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ (ดร.แก้ว) หรือ(ดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ) ชื่อเดิมประธานกิตติมศักดิ์คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) จังหวัดนนทบุรี และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี,ผู้ก่อตั้งเพจ ”ดร.แก้วช่วยได้“ได้ร่วมรำลึกถึงความภาคภูมิใจในโอกาสอันเป็นมงคล ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและร่วมจัดพิธีบูรณะศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2565 














โดยได้ดำริ จากทาง พล.ต.ต.ไพศาล  วงศ์วัชรมงคล ซึ่งเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี และได้ร่วมกับคุณทวีศักดิ์ สุทิน และ คุณสุรสีห์ ศรีอินทร์สุทธิ์ เพื่อจัดสร้าง และ การบูรณะในครั้งนั้น มีวัตถุประสงค์และรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้ :การปรับปรุงภูมิทัศน์ศาลพระพรหม: ร่วมสมทบทุนและอำนวยการบูรณะศาลพระพรหมประจำสถานี เพื่อความเป็นสิริมงคลพิธีบวงสรวงเสริมสิริมงคล: เข้าร่วมพิธีอัญเชิญและบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่การพัฒนาสิ่งประกอบสร้าง: สนับสนุนการจัดสร้างและปรับปรุงห้องปฏิบัติการภายในส่วนราชการควบคู่กันไปการสืบสานความสัมพันธ์: มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างภาคประชาชนและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมการดำเนินการดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ ในการส่งเสริมทำนุบำรุงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นศูนย์รวมจิตใจ และพัฒนาสภาพแวดล้อมของหน่วยงานราชการเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมอย่างแท้จริง

”ดร.แก้ว“ลงสนามธูปะเตมีย์ ร่วมทีม ปปร.ฝึกซ้อมเสริมแทคติก เตรียมพร้อมลุยศึก“ฟุตบอลรักเมืองไทย”ครั้งที่4 สถาบันพระปกเกล้า VS วปอ.

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.แก้ว“ลงสนามธูปะเตมีย์ ร่วมทีม ปปร.ฝึกซ้อมเสริมแทคติก เตรียมพร้อมลุยศึก“ฟุตบอลรักเมืองไทย”ครั้งที่4 สถาบันพระปกเกล้า VS วปอ.



เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 

ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ปปร.24, ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ ตำรวจสภาผู้แทนราษฎร, เลขานุการประจำกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร,ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี,ผู้ก่อตั้งเพจ“ดร.แก้วช่วยได้” ลงสนามร่ามทีม สถาบันพระปกเกล้า (ปปร.) ฝึกซ้อมฟุตบอลเสริมแทคติกและกลยุทธ์ (Tactical Refinement)








เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดให้กับทีมทั้งในด้านร่างกาย และจิตวิทยา เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มโอกาสในการชนะให้ได้มากที่สุด สร้างความร่วมมือกันในทีม (Team Chemistry) ช่วยทำลายความตึงเครียด เพิ่มความมั่นใจ และสร้างสมาธิโฟกัสไปที่เป้าหมายเดียวกัน
ในศึก “ฟุตบอลรักเมืองไทย” (กระชับมิตร) สถาบันพระปกเกล้า (ปปร.) VS วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)
ครั้งที่ 4 ในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่จะถึงนี้ 

ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

”ดร.ปรเมศร์“ร่วมกมธ.ตำรวจ ลงพื้นที่พัทยา ศึกษายกระดับ กต.ตร.ดันภาคประชาชนตรวจสอบตำรวจ อย่างเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพ

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.ปรเมศร์“ร่วมกมธ.ตำรวจ ลงพื้นที่พัทยา ศึกษายกระดับ กต.ตร.ดันภาคประชาชนตรวจสอบตำรวจ อย่างเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพ  



เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 






นายเกียรติคุณ ต้นยาง รองประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ดร.ปรเมศร์  ชัยพัชรกุลพงษ์  หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ ตำรวจสภาผู้แทนราษฎร, เลขานุการประจำกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร นำคณะลงพื้นที่ศึกษาดูงานแนวทางการยกระดับบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ หรือ กต.ตร.ให้เป็นกลไกภาคประชาชนในการตรวจสอบองค์กรตำรวจอย่างเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพ ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา โดยมี นางสาวอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พันตำรวจเอก เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ข้าราชการตำรวจ คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา และคณะกรรมการ กต.ตร.จังหวัดชลบุรีเข้าร่วม









นายเกียรติคุณ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการศึกษาปัญหา อำนาจหน้าที่ โครงสร้าง และแนวทางพัฒนา กต.ตร. ในทุกระดับ รวมทั้งรับฟังข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงาน เพื่อนำข้อมูลไปจัดทำรายงานและข้อเสนอเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบองค์กรตำรวจ ทั้งนี้ กต.ตร.ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างตำรวจและประชาชน โดยคณะกรรมาธิการฯ พบว่า กต.ตร.จำนวนมากเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะจิตอาสา ต้องเสียสละทั้งเวลา ทรัพยากร และเวลาส่วนตัว เพื่อสนับสนุนภารกิจของตำรวจ ทั้งด้านการประสานงานและการสนับสนุนทรัพยากรในพื้นที่

นายเกียรติคุณกล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องการผลักดันคือการพัฒนา กต.ตร.ให้มีบทบาทชัดเจน มีประสิทธิภาพ และได้รับความศรัทธาและความเชื่อมั่นจากประชาชน เพราะหาก กต.ตร.เข้มแข็ง ก็จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ และช่วยสร้างความร่วมมือระหว่างตำรวจ กต.ตร. และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้มุ่งลดทอนความสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นการมองภาพรวมของกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากตำรวจถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของกระบวนการยุติธรรม ก่อนส่งต่อไปยังอัยการ ศาล และหน่วยงานราชทัณฑ์ โดยปัจจุบันตำรวจยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านอัตรากำลัง พนักงานสอบสวน บ้านพัก อุปกรณ์ และทรัพยากรในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่ง กต.ตร.ในหลายพื้นที่เข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนและบรรเทาปัญหาเหล่านี้ นอกจากนี้ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ กต.ตร.สภ.พัทยา ส่วนใหญ่เกิดจากความศรัทธาและความเชื่อมั่นในองค์กรตำรวจ พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการทำงาน รวมถึงสะท้อนความคิดเห็นและปัญหาจากประชาชน เพื่อให้การปฏิบัติงานของตำรวจสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความเข้มแข็งให้กับชุมชน




ขณะที่ พันตำรวจเอก เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้นำเสนอแนวทางการรักษาความปลอดภัยและงานป้องกันปราบปรามด้วยนวัตกรรมเสริมสร้างความปลอดภัย โดยระบุว่า ตามทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม การเกิดอาชญากรรมประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ คนร้าย เหยื่อ และโอกาส ดังนั้น แนวทางของ สภ.เมืองพัทยา คือการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดโอกาสการก่อเหตุ และบริหารกำลังสายตรวจให้ตรงกับพื้นที่และช่วงเวลาที่มีความเสี่ยง เดิมตำรวจใช้ “นาฬิกาอาชญากรรม” ในการรวบรวมสถิติ แต่ระบบเดิมมีข้อจำกัดในการมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ ไม่สามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังหรือเปรียบเทียบข้อมูลในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้พัฒนาจากระบบนาฬิกาอาชญากรรมดิจิทัล ไปสู่เว็บแอปพลิเคชันสำหรับวิเคราะห์อาชญากรรมระบบดังกล่าวสามารถรวบรวมข้อมูลเหตุที่เกิดขึ้น แสดงสถิติ วิเคราะห์แนวโน้ม และนำข้อมูลไปใช้กำหนดจุดตรวจและแผนการปฏิบัติของสายตรวจ โดยเจ้าหน้าที่สามารถรายงานเหตุผ่านเว็บแอปพลิเคชันด้วยเสียงพูด และระบบ AI จะช่วยนำข้อมูลเข้าสู่หมวดหมู่ต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และวางแผนป้องกันอาชญากรรม
นอกจากนี้ ระบบยังสามารถกำหนดจุดตรวจและสั่งการให้สายตรวจเข้าพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้ โดยสายตรวจต้องเข้าสู่ระบบก่อนปฏิบัติหน้าที่ และสามารถตรวจสอบได้ว่าเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังจุดที่กำหนดจริงหรือไม่ รวมถึงมีระบบเช็กอินและเช็กเอาต์ พร้อมบันทึกภาพจากพื้นที่จริง เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสามารถติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน

พันตำรวจเอก เอนก กล่าวว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยให้กำลังตำรวจที่มีอยู่อย่างจำกัดถูกนำไปใช้ “ถูกที่ ถูกเวลา” ตามแนวโน้มการเกิดอาชญากรรม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหาเฉพาะ เช่น กรณีเหตุกราดยิงในสถานศึกษา หรือพื้นที่สาย 2 และสาย 3 จอมเทียน ซึ่งมีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ผู้บังคับบัญชาสามารถกำหนดพื้นที่ให้สายตรวจเข้าไปตรวจได้โดยตรง และสามารถตรวจสอบผลการปฏิบัติได้
ในส่วนของผลการดำเนินงาน มีการนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์แนวโน้มอาชญากรรม โดยพบว่าสถิติการทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง ขณะที่คดีลักรถจักรยานยนต์ลดลงจาก 7 ราย เหลือ 2 ราย แม้อาชญากรรมจะไม่สามารถทำให้หมดไปได้ทั้งหมด แต่การใช้ข้อมูลเพื่อป้องกันและตัดโอกาสสามารถช่วยให้แนวโน้มลดลงได้ นอกจากนี้ สภ.เมืองพัทยายังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบเพื่อรับมือกับ “คนหาย” และกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยง โดยมีแนวคิดเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้ากับระบบ AI Smart Camera ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามบุคคลและป้องกันเหตุในอนาคต

พันตำรวจเอก เอนก ยังเน้นย้ำว่า สภ.เมืองพัทยาให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เพราะการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุถือเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งต่อความปลอดภัยของประชาชนและภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการตำรวจครั้งนี้ นอกจากจะรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทบาทของ กต.ตร.แล้ว ยังเป็นการแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ตำรวจ และภาคประชาชน เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาแนวทางพัฒนา กต.ตร.ให้สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับองค์กรตำรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมมากยิ่งขึ้น

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวลำปาง ลำพูน และเชียงราย รวมมูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ และนำหน่วยแพทย์บริการประชาชนในพื้นที่ฟรี

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวลำปาง ลำพูน และเชียงราย รวมมูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ และนำหน่วยแพทย์บริการประชาชนในพื้นที่ฟรี
.

ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม พ.ศ. 2569 









มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ พร้อมด้วย  นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน และนายประถวี กุลบุตร รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ลำพูน และเชียงราย ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวม 3 จังหวัด รวมจำนวน 60 คน คิดเป็นมูลค่า 1,163,800 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนหกหมื่นสามพันแปดร้อยบาทถ้วน) โดยมี นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลําปาง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศรีสุดา เถาเมืองใจ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง นายพงษ์ศักดิ์ ชูชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง และนางรชยา ฮั่นตระกูล ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน ร่วมในพิธีมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ลำปางและลำพูน ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง และ นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอพาน นายนัธทวัฒน์ ธนโชติชัยพัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวจังหวัดเชียงราย และนางสาวณัฐธิดา เหลืองสุขโสภณ ผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ ผู้แทนกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ ผู้แทนกรมกิจการสตรีและครอบครัว ร่วมในพิธีมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เชียงราย ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการแจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดลำปางและเชียงรายฟรี โดยมีประชาชนเข้ารับบริการอย่างคับคั่ง
.






โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยในปี พ.ศ. 2569 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ รวม 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ชลบุรี นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
.





ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#๐๘๙-๔๙๘-๑๔๗๗

โพสต์ข่าวแนะนำ

สุดอาลัย! ”ดร.แก้ว“ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ"พ.ต.อ.ธงชัย" ภรรยา-ครอบครัว ขรก.ร่วมส่งครั้งสุดท้าย

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ สุดอาลัย! ”ดร.แก้ว“ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ"พ.ต.อ.ธงชัย" ภรรยา-ครอบครัว ขรก.ร่วมส่งครั้งสุดท้าย เมื...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ

ข่าวดังรายสัปดาห์ HOT NEWS