วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พิธีเปิดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ประจำปี 2569 “Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026)”

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

พิธีเปิดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ประจำปี 2569 “Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026)” 



วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 










บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เข้าร่วมงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ประจำปี 2569  (THAIDEF-EX 2026) ภายใต้แนวคิด “Power of Self Reliance : พลังแห่งการพึ่งพาตนเอง” โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและขับเคลื่อนศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในการพึ่งพาตนเอง และยกระดับสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคการวิจัย 








ทั้งนี้ นายอัศวรรณ์ เรืองชู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้เข้าร่วมจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใช้ในการสนับสนุนศักยภาพของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีฯ ได้เข้าเยี่ยมชมบูธ H07 และให้ความสนใจปืนยิงโดรน (Drone Interceptor) พร้อมทั้งรับฟังการนำเสนอโซลูชันระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) หุ่นยนต์สุนัข (Dog Robotics) และหุ่นยนต์เสมือนจริงอัจฉริยะ (Humanoid) ภายใต้แบรนด์ MUSSYS (Military Unmanned Systems) ที่ออกแบบมาเพื่องานด้านความมั่นคงของประเทศโดยเฉพาะ ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) จ.นนทบุรี

#THAIDEFEX2026 #ThailandDefenceIndustryExhibition2026 #MUSSYS #MilitaryUnmannedSystems #Droneroboworks #ThaiBotEvent #Systronics #ซิสทรอนิกส์

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#089-498-1477

กรมศุลกากรจับมือสำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ สหราชอาณาจักรยกระดับความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร เพิ่มความเข้มงวดปราบปรามผู้ลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมาย

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

กรมศุลกากรจับมือสำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ สหราชอาณาจักรยกระดับความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร เพิ่มความเข้มงวดปราบปรามผู้ลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมาย



วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 
เวลา 11.00 น. 







กรมศุลกากรจัดแถลงข่าวเพื่อแสดงถึงความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรด้านการควบคุมชายแดนและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับกัญชา (Thailand – UK Partnership on Cannabis Border Controls and Enforcement) 
โดยมีนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร MR. DAVID THOMAS รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต  สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และ MRS. BEKI WRIGHT หัวหน้าทีมภัยคุกคามชายแดน สำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ สหราชอาณาจักร ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 กรมศุลกากร

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มุ่งเน้นการควบคุมและป้องกันการส่งออกกัญชา
ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ และสร้างความน่าเชื่อถือกับนานาประเทศที่มีต่อประเทศไทย โดยกัญชาที่สามารถส่งออกได้จะต้องเป็นกัญชาที่ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ และได้รับอนุญาตให้ส่งออกจากประเทศไทย รวมทั้งได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากประเทศปลายทางเท่านั้น ทั้งนี้ ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (1 ต.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569) กรมศุลกากรสามารถตรวจยึดกัญชาผิดกฎหมายได้รวมทั้งสิ้น 3,309 คดี ตรวจยึดของกลางรวม 37,210 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 474.03 ล้านบาท โดยเป็นการลักลอบนำเข้าจำนวน 43 คดี  และลักลอบส่งออกจำนวน 3,266 คดี โดยเป็นคดีที่มีประเทศปลายทางเป็นสหราชอาณาจักร จำนวน 2,133 คดี คิดเป็น  65% ตรวจยึดของกลางได้รวม 13,960 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่า ณ ประเทศปลายทาง (สหราชอาณาจักร) สูงถึงกว่า 6,200 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าการลักลอบส่งออกกัญชายังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการเฝ้าระวัง อย่างเข้มงวด อีกทั้งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักร ภายใต้กรอบ Thailand – UK Partnership on Cannabis Border Controls and Enforcement เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบส่งออกกัญชาไปยัง
สหราชอาณาจักร โดยกรมศุลกากรได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจค้น Handheld Z Backscatter ชุดตรวจสอบกัญชา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจาก Home Office International Operations และ National Crime Agency เพื่อลงพื้นที่ปฏิบัติการคัดกรองผู้โดยสารและสิ่งของตั้งแต่ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศต้นทาง รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างหน่วยงานอย่างใกล้ชิด อันจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม








นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กรมศุลกากรได้ปรับเพิ่มเกณฑ์การลงโทษกรณีลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมายให้เข้มงวดและเด็ดขาดมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งผู้กระทำความผิดจะต้องยกของกลางให้เป็นของแผ่นดิน พร้อมจ่ายค่าปรับตามน้ำหนักของกลางที่ตรวจยึดได้ในอัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาท และหากผู้กระทำความผิดไม่ชำระค่าปรับดังกล่าว จะถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งภายหลังการบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากรสามารถจับกุมผู้ลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมาย
ผ่านทางท่าอากาศนานาชาติได้ถึง 71 ราย ตรวจยึดของกลางรวมประมาณ 1.3 ตัน ซึ่งกรมศุลกากรเชื่อมั่นว่ามาตรการบังคับใช้กฎหมายใหม่นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันเจตนารมณ์ในการปราบปรามการส่งออกกัญชาผิดกฎหมายของไทยอย่างจริงจัง และคาดว่าจะมีแนวโน้มการกระทำความผิดลดลงอย่างต่อเนื่อง 

ด้านผู้แทนจากสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ลักลอบนำกัญชาเข้าไปยังสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2566 - 2568 สามารถจับกุมได้เป็นจำนวน 142 ราย 801 ราย และ 976 ราย ตามลำดับ และสำหรับในปีพ.ศ. 2569 นี้ มีผู้ถูกจับกุมแล้วจำนวน 600 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569) โดยผู้ลักลอบส่วนใหญ่มักถูกชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จากกลุ่มอาชญากรรม ซึ่งเสนอค่าเดินทาง ที่พัก และเงินใช้จ่าย แลกกับการลักลอบขนกัญชากลับสหราชอาณาจักร แต่เมื่อถูกจับกุม กลุ่มดังกล่าวมักทอดทิ้งผู้ลักลอบให้รับผิดชอบด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ทางสหราชอาณาจักรขอขอบคุณรัฐบาลไทย กรมศุลกากร 
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับความร่วมมืออันเข้มแข็งในการยกระดับการควบคุมผ่านการบังคับใช้กฎหมาย 
ซึ่งคาดว่าจะส่งผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถตรวจจับ และสกัดกั้นการลักลอบส่งออกกัญชาได้มากขึ้น รวมทั้งช่วยให้แนวโน้มการลักลอบนำกัญชาเข้าสหราชอาณาจักรลดลงอย่างต่อเนื่องในอนาคต  พร้อมกันนี้สหราชอาณาจักรจะร่วมรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับโทษในการลักลอบนำเข้าส่งออกกัญชาผิดกฎหมายเพื่อไม่ให้ถูกตกเป็นเครื่องมือของขบวนการลักลอบขนส่งกัญชาหรือสิ่งผิดกฎหมายอีกต่อไป
 
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมศุลกากรยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการควบคุมชายแดน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งสกัดกั้นการลักลอบส่งออกกัญชาและการกระทำผิดข้ามชาติในทุกรูปแบบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาคมระหว่างประเทศ และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการเป็นฟันเฟืองที่เข้มแข็งด้านการรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและการควบคุมชายแดนในระดับสากล
             

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#089-498-1477

ศุลกากรผนึกกำลังทุกภาคส่วน สกัดยาบ้า 6 แสนเม็ด–เคตามีนกว่า 111 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 74.7 ล้านบาท ที่ด่านพรมแดนแม่สาย ขานรับนโยบายไม่ให้ไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

ศุลกากรผนึกกำลังทุกภาคส่วน สกัดยาบ้า 6 แสนเม็ด–เคตามีนกว่า 111 กิโลกรัม 
มูลค่ากว่า 74.7 ล้านบาท ที่ด่านพรมแดนแม่สาย ขานรับนโยบายไม่ให้ไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด



กรมศุลกากรเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย สกัดขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแดน ตรวจยึดยาบ้า 600,000 เม็ด และเคตามีน 111.815 กิโลกรัม มูลค่ารวมประมาณ 74.726 ล้านบาท พร้อมย้ำไม่ให้ประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านของยาเสพติด

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้กำหนดให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระสำคัญของประเทศ และเน้นย้ำไม่ให้ประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านของยาเสพติด โดยมอบหมายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ยกระดับการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ชายแดน และด่านศุลกากร เพื่อปกป้องประชาชนและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ








เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรแม่สาย ร่วมกับสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ชุดปฏิบัติการสุนัขทหารที่ 10 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5 เจ้าหน้าที่หน่วยประสานงานชายแดนไทย–เมียนมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และด่านอาหารและยาแม่สาย ได้ร่วมกันตรวจค้นรถยนต์รับจ้างสามล้อขนาดเล็ก ทะเบียนประเทศเมียนมา ซึ่งมีผู้ขับขี่เป็นชายชาวเมียนมา

จากการตรวจค้นพบตะกร้าพลาสติกสำหรับบรรจุผลไม้ โดยใช้ตะกร้าเปล่าปิดบังไว้ด้านนอก เมื่อตรวจสอบภายในพบตะกร้าที่บรรจุห่อสีน้ำตาล ภายในซุกซ่อนซองซิปล็อกสีน้ำเงินจำนวน 10 ซอง บรรจุยาเม็ดสีส้ม ซองละ 200 เม็ด ห่อละ 10,000 เม็ด รวมจำนวน 60 ห่อ น้ำหนักห่อละ 1.090 กิโลกรัม รวมทั้งสิ้น 600,000 เม็ด ตรวจสอบด้วยน้ำยาทดสอบ ONCB 051 ผลเป็นยาบ้า คิดเป็นมูลค่าประมาณ 30,000,000 บาท

นอกจากนี้ ยังพบตะกร้าบรรจุถุงใบชา เมื่อตรวจสอบพบเป็นเกล็ดสีขาว จำนวน 107 ห่อ น้ำหนักห่อละ 1.045 กิโลกรัม น้ำหนักรวม 111.815 กิโลกรัม ตรวจสอบด้วยน้ำยาทดสอบ ONCB 051 ผลเป็นเคตามีน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 44,726,000 บาท รวมมูลค่าของกลางทั้งสองรายการประมาณ 74,726,000 บาท จากการสอบถาม 
ผู้ขับขี่รถชาวเมียนมาให้การรับว่า มีผู้ว่าจ้างให้นำตะกร้าพลาสติกบรรจุของกลางดังกล่าวมาส่งให้ผู้รับในฝั่งประเทศไทย ก่อนจะมีรถอีกคันมารับไปลำเลียงต่อ








    เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานนำหรือพาของที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และความผิดฐานนำหรือพาเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาเสพติดให้โทษ อันเป็นความผิดตามมาตรา 91 ประกอบมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 พร้อมดำเนินการตรวจยึดของกลางและจับกุมผู้ต้องหา 
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อธิบดีกรมศุลกากรเพิ่มเติมว่า กรมศุลกากรจะยังคงยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและสกัดกั้นยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยการบูรณาการด้านข่าวกรอง เทคโนโลยี และความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่ประเทศ ตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมเตือนประชาชนว่า เคตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ที่แม้จะมีประโยชน์ทางการแพทย์และสัตวแพทย์ แต่ปัจจุบันพบการลักลอบนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างแพร่หลาย ทั้งในรูปแบบการใช้เพื่อความบันเทิง การผสมเป็นสารเสพติดรูปแบบใหม่ และการนำไปใช้ก่ออาชญากรรมหรือล่วงละเมิดทางเพศ  ซึ่งล้วนส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกายและระบบประสาท ทั้งนี้ 
กรมศุลกากรจะไม่หยุดยั้งการสกัดกั้นยาเสพติดในทุกรูปแบบ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ปกครอง
ร่วมเฝ้าระวัง ดูแลบุตรหลานและเยาวชนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยาเสพติดกำลังเปลี่ยนรูปแบบและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น 
การรู้เท่าทันและการดูแลจากครอบครัวคือแนวป้องกันที่สำคัญที่สุดในการปกป้องอนาคตของเยาวชนและประเทศชาติ
#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#089-498-1477

”ดร.แก้ว“ร่วมประชุมคณะกต.ตร.จว.นนทบุรี หารือแนวทางการบริหาร ดำเนินงานของคณะกต.ตร.ประจำ ปี 2569

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.แก้ว“ร่วมประชุมคณะกต.ตร.จว.นนทบุรี หารือแนวทางการบริหาร ดำเนินงานของคณะกต.ตร.ประจำ ปี 2569 



เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 
เวลา 10.00 น. 











ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธานกต.ตร.จว.นนทบุรี (ภาคประชาชน) เป็นประธานการประชุมคณะกต.ตร.จว.นนทบุรี ปี 2569 ร่วมกันนี้มี ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว คณะทำงานกลั่นกรองเรื่องร้องเรียนของคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร,ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคภาคภาค1,กต.ตร.จว.นนทบุรี,พ.ต.อ.เมธา วงศ์อนันต์นนท์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี 
,พ.ต.อ.วีรฤทธิ์ พิพัฒนาศักดิ์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วยคณะ กต.ตร.จว.นนทบุรี อาทิ คุณสุรสีห์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ,คุณอาชวิณ ภัทรสถาพรกุล ,คุณภาวัช สุขอนันต์ ,คุณวรภัทร สุนทรพลิน ,คุณเกริกเกรียงไกร อิงคนินันท์ ,ดร.ดิฐ อัศวพลังพรหม ,ดร.ไกรวิทย์ โกลีย์ศิริกุล ,คุณจันทร์เพ็ญ เจียมสมัย เข้าร่วมประชุมประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดนนทบุรี (กต.ตร.จว.นนทบุรี) ประจำปี 2569 











    ปรึกษาหารือแนวทางการดำเนินงานของคณะกต.ตร.จว.นนทบุรี รับทราบนโยบายจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เพื่อนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรีและร่วมหารือกับหัวหน้าสถานีตำรวจ (สภ.)ในจังหวัดนนทบุรีแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน เช่น ปัญหาการจราจร อาชญากรรม และความเดือดร้อนต่างๆ ประเมินการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจเพื่อให้การทำงานโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้สร้างขวัญกำลังใจและสนับสนุนการปฏิบัติงานพิจารณาการบริหารเงินกองทุนเพื่อจัดหาอุปกรณ์และสนับสนุนข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น รวมถึงการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน 

    ที้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ติดตาม และให้ข้อเสนอแนะการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริการประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ต่อไป 

ณ ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี

โพสต์ข่าวแนะนำ

พิธีเปิดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ประจำปี 2569 “Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026)”

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ พิธีเปิดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ประจำปี 2569 “Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAID...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ

ข่าวดังรายสัปดาห์ HOT NEWS