วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กรมศุลกากรเผยจับยาเสพติด 3 ไตรมาสของปีงบประมาณ 2569 รวม 214 คดี มูลค่ากว่า 691 ล้านบาท ชี้เครือข่ายยังใช้ไปรษณีย์-ผู้โดยสารทางอากาศยานลักลอบส่งออก เร่งบูรณาการปราบปรามทุกมิติ

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

กรมศุลกากรเผยจับยาเสพติด 3 ไตรมาสของปีงบประมาณ 2569 รวม 214 คดี มูลค่ากว่า 691 ล้านบาท ชี้เครือข่ายยังใช้ไปรษณีย์-ผู้โดยสารทางอากาศยานลักลอบส่งออก 
เร่งบูรณาการปราบปรามทุกมิติ



วันที่ 1 กรกฎาคม 2569

กรมศุลกากรเผยผลการปราบปรามยาเสพติดในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 214 คดี ตรวจยึดของกลางรวมกว่า 917 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายกว่า 691 ล้านบาท
โดยพบว่าไอซ์และเฮโรอีน ยังคงเป็นยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ในปริมาณสูงที่สุด 

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรขานรับนโยบายเร่งด่วนของ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่กำหนดให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยมุ่งบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจัง กรมศุลกากรจึงได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับ หน่วยปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าเรือ (Seaport Interdiction Task Force: SITF) หน่วยปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force: AITF) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองผู้โดยสาร สัมภาระ ตู้คอนเทนเนอร์ และพัสดุระหว่างประเทศ ส่งผลให้สามารถจับกุมคดีลักลอบขนยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ เฮโรอีน ซึ่งมีการส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกง และไต้หวันเป็นลำดับต้น ๆ โดยยาเสพติดที่ตรวจยึดได้สูงสุด ได้แก่ ไอซ์ เฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน โคเคนและช่องทางที่ตรวจพบการกระทำความผิดมากที่สุด คือ การลักลอบขนส่งผ่านช่องทางไปรษณีย์ อย่างไรก็ดี กรมศุลกากรได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการนำเข้า และส่งออกในทุกช่องทาง โดยเฉพาะการตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสาร ด้วยการนำระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน ควบคู่กับข้อมูลการข่าวในการวิเคราะห์หาเป้าในการตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังได้มุ่งเน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน
ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการสอบสวนขยายผลการจับกุม เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดและตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมศุลกากรจะเดินหน้ายกระดับมาตรการบริหารความเสี่ยง
การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรอง และการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
เพื่อสกัดกั้น ขยายผล และทำลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานหรือเส้นทางในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศต่าง ๆ และขอเตือนประชาชนห้ามรับฝากขนของจาก
คนแปลกหน้า เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติซึ่งถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง 

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#089-498-1477

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569

”ดร.แก้ว“ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 7 พิจารณาควบคุมและกำกับดูแลมาตรฐานสถานพยาบาลให้บริการด้านความงาม

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.แก้ว“ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 7 
พิจารณาควบคุมและกำกับดูแลมาตรฐานสถานพยาบาลให้บริการด้านความงาม  



เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น.










ที่ห้องประชุม 604 ชั้น6 อาคารรัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานประชุมคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันนี้มี ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒประจาคณะกรรมาธการ, ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร และ รองประธานฯ, เลขานุการฯ,โฆษกประจำคณะกรรมาธิการ,และคณะกรรมการาธิการเข้าร่วมประชุม ครั้งที่7 โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ,อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์,อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก,เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา,เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค,เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา,นายกแพทยสภา,และผู้ช่วยศาสตราจารย์มาศ ไม้ประเสริฐ ร่วมชี้แจงและพิจารณา







พิจารณาศึกษาเกี่ยวกับการควบคุมและกำกับดูแลมาตรฐานสถานพยาบาลที่ให้บริการ ด้านความงาม รวมทั้งการใช้ยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ พร้อมยังได้พิจารณาศึกษาและติดตามเรื่องการบริหารจัดการระบบสาธารณสุข รวมถึงการกำกับดูแลมาตรฐานสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้วย

”ดร.ปรเมศร์“ร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาอำนาจหน้าที่และแนวทางพัฒนาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่6

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.ปรเมศร์“ร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาอำนาจหน้าที่และแนวทางพัฒนาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่6 



เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น.












ที่ห้องประชุม 405 ชั้น4 อาคารรัฐสภา นายเกีรยติคุณ ต้นยาง ประธานคณะอนุกรรมาธิการ พร้อมด้วย ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ รวมถึงรองประธานฯ,เลขานุการฯ,ที่ปรึกษา,และคณะอนุกรรมาธิการ พร้อมยังได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาอำนาจหน้าที่และแนวทางพัฒนาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่6 เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบองค์กรตำรวจในคณะกรรมาธิการการตำรวจ รวมถึงพิจารณาศึกษาภาพรวมการดำเนินงานโครงสร้าง อำนาจ และหน้าที่ของคณะกรรมการ
ตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานคร (กต.ตร.กทม.) คณะอนุกรรมการตรวจสอบ









และติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานคร กองบังคับการค้ารวจนครบาล1 (กต.ตร.กทม.บก.น.1)และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ (กต.ตร.สน.ทองหล่อ) เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบองค์กรตำรวจต่อไป

”ดร.แก้ว“ร่วมประชุมกมธ.ปปง. ซัด กลต.ให้ข้อมูลไม่ชัดเจน ปมความผิดของสถาบันการเงิน ขณะที่ ‘ธนดล‘ รับหนังสือกรณีแพล็ตฟอร์มที่เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต-ชักชวนลงทุนโจ่งแจ้ง แย้ม มี 3 บริษัทอักษรย่อ พ. อ. ม.

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.แก้ว“ร่วมประชุมกมธ.ปปง. ซัด กลต.ให้ข้อมูลไม่ชัดเจน ปมความผิดของสถาบันการเงิน ขณะที่ ‘ธนดล‘ รับหนังสือกรณีแพล็ตฟอร์มที่เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต-ชักชวนลงทุนโจ่งแจ้ง แย้ม มี 3 บริษัทอักษรย่อ พ. อ. ม.



เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.69 











นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังประชุมกรณีการติดตามมาตรการป้องกันการฟอกเงินผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ร่วมกันนี้ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ,เลขานุการ(กมธ.ปปง.),รองประธานฯ,ที่ปรึกษา,และคณะกรรมาธิการร่วมประชุมและแถลง พร้อมกันนี้ยังได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม อาทิ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาคหนึ่ง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) โดยคำชี้แจงของผู้แทนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคหนึ่ง และพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ กล่าวว่า ผู้กระทำความผิดได้ถูกดำเนินคดีแล้ว โดยมีการจับกุมผู้กระทำผิดไปแล้ว 3 ราย และมีการออกหมายจับผู้ต้องหาอีกจำนวน 4 ราย อีกทั้งได้ดำเนินการขยายผลสอบสวนไปยังสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง















นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า แต่ในส่วนคำชี้แจงจากกลต. ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกระทำความผิดของสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่เป็นข้อพิรุธได้ และได้ชี้แจงต่อคณะกมธ.ว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาอีก 6-8 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ล่วงเลยมากจนเกินไป และเมื่อสอบถามว่าจากคำชี้แจงของพนักงานสอบสวน ที่กล่าวว่า ความผิดครั้งนี้จากการสอบพยานบริษัทหลักทรัพย์ ได้รับคำตอบว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ของเขา แต่ทางกลต.ไม่มีบทลงโทษหรือดำเนินการอื่นใดต่อพนักงานสอบสวน ทั้งๆ ที่พนักงานสอบสวนยินดีจะให้ความร่วมมือในการดำเนินการเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์เหล่านั้น ที่เข้าไปเกี่ยวโยงและกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์และบัญชีม้าเหล่านี้ ที่มีการโอนเงินมายังบริษัทหลักทรัพย์

นายพิทักษ์เดช กล่าวต่ออีกว่า ทางคณะกมธ.เห็นว่าระยะเวลาในการพิจารณาของกลต. ล่าช้าเกินไป และอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อพี่น้องประชาชน เนื่องจากไม่สามารถระงับยับยั้งธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้จากข้อศึกษาของคณะกมธ.พบว่ามีความบกพร่องอันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างชัดเจน และอาจเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเอกสารเพื่อประกอบธุรกรรมเกี่ยวกับการกระทำความผิด

นายพิทักษ์เดช กล่าวด้วยว่า คณะกมธ.มีข้อสังเกตว่ากลต. ควรปรับปรุงวิธีการและกระบวนการให้มีประสิทธิภาพที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ทางคณะกมธ.ได้สอบถามว่าในวันนี้กลต. รู้หรือไม่ว่าบุคลากรของบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว ที่เกิดความบกพร่องมีจำนวนกี่คนและเป็นบุคคลใดบ้าง ทางกลต.ตอบว่ารู้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

นายพิทักษ์เดช กล่าวอีกว่า หน่วยงานกลต. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก ในการกำกับดูแลบริษัทหลักทรัพย์และตลาดตลาดหลักทรัพย์ ควรมีความชัดเจนในการดำเนินที่และการดำเนินการกับบริษัทหลักทรัพย์ที่ร่วมกระทำความผิดเหล่านี้ ดำเนินแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งในวันนี้ทางกลต. ยังไม่ให้ความชัดเจน โดยภายในสัปดาห์หน้าทางคณะกรรมาธิการจะเชิญทางบริษัทวีบูลล์ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสอบสวนและดำเนินการต่อ

โพสต์ข่าวแนะนำ

กรมศุลกากรเผยจับยาเสพติด 3 ไตรมาสของปีงบประมาณ 2569 รวม 214 คดี มูลค่ากว่า 691 ล้านบาท ชี้เครือข่ายยังใช้ไปรษณีย์-ผู้โดยสารทางอากาศยานลักลอบส่งออก เร่งบูรณาการปราบปรามทุกมิติ

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ กรมศุลกากรเผยจับยาเสพติด 3 ไตรมาสของปีงบประมาณ 2569 รวม 214 คดี มูลค่ากว่า 691 ล้านบาท ชี้เครือข่ายยังใช้ไปรษ...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ

ข่าวดังรายสัปดาห์ HOT NEWS