วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

“เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” คว้ารางวัล “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2022” รางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2565 ในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ 3 ปีซ้อน
 
บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย คว้ารางวัล “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2022” รางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2565 ในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จากการวิจัยและวิเคราะห์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมผ่านการโหวตคัดเลือกจากผู้บริโภค โดยงานรับรางวัลนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของนิตยสาร Business+ กับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล  ซึ่งได้ดำเนินการวิจัยตลาดเพื่อคัดเลือกสินค้าและบริการที่อยู่ในใจผู้บริโภคทั่วประเทศ

 
 
คุณประพัฒน์ เสียงจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การได้รับรางวัลดังกล่าว ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของการมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในด้านนวัตกรรม กลไกการทำงาน หรือ เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าให้ได้รับประสบการณ์ส่งพัสดุที่ดีที่สุด ผ่านการริเริ่มบริการใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ อาทิ KERRY COOL บริการขนส่งด่วนแบบแช่เย็นและแช่แข็ง KERRY XL บริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ รวมถึงโปรแกรม KERRY CLUB ซึ่งได้สร้างขึ้นมาเพื่อตอบแทนสมาชิกโดยได้รวบรวมสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่คุ้มค่าให้แก่ลูกค้าทั้งผู้ส่ง รวมไปถึงสิทธิพิเศษต่างๆที่ครอบคลุมไปถึงผู้รับปลายทาง ทั้งนี้ การมุ่งมั่นพัฒนาบริการต่างๆ ทำให้เราสามารถครองความเป็นเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภคได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์


" รายการคืนคุณให้แผ่นดิน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2565  "
" โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านจาเราะปูโงะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา "
  " ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน " 
......อย่ามาพูดเรื่องกำไรขาดทุนกับฉันนะ ฉันต้องการให้คนจนมีงานทำมากๆขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน เพราะการที่ทำให้คนยากจนในชุมชนนั้นๆมีงานทํา พวกเขามีรายได้ มีเงินเลี้ยงครอบครัว ไม่ต้องไปเป็นโจร ไม่ต้องไปเป็นขโมยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ตัดไม้ทำลายป่า ไม่ไปเผาป่าตำบลนั้น อำเภอนั้น จังหวัดนั้น สิ่งนั้นก็คือกำไรของแผ่นดิน......" 
" พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงตรัสตอบ นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวังฝ่ายกิจการพิเศษ สำนักพระราชวังผู้ถวายรายงานการติดตามงานโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านขุนแตะ ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เมื่อปี ๒๕๔๑ " 

   ศิริพร จงศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ผลิตรายการคืนคุณให้แผ่นดิน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก และอมรรัตน์ เครือสวัสดิ์ ช่างภาพรายการคืนคุณให้แผ่นดิน ลงพื้นที่อำเภอเบตง หรือที่คนในท้องถิ่นเรียกว่า บือตง เป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ที่อยู่ในจังหวัดยะลา นับเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทยเพื่อไปบันทึกเทปรายการคืนคุณให้แผ่นดินที่โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านจาเราะปูโงะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยนายโชคชัย สกุลชัยแก้ว ผจก.ฟาร์มตัวอย่างในพระราชดำริฯ บ้านจาเราะปูโงะ  อ.เบตง จ.ยะลา ดูแลสมาชิกในโครงการฯ สภาพพิ้นที่โดยทั่วไปเป็นพื้นลาดชัน ตามแนวเทือกเขาสันกาลาคีรี ลักษณะดินเป็นดินลูกรังผสมดินร่วน ห่างจากเขตเทศบาลเมืองเบตง 12 กิโลเมตร ติดชายแดนไทย - มาเลเซีย รายการคืนคุณให้แผ่นต้องการเพื่อนำเสนอให้ผู้ชมทางบ้านทุกครัวเรือนสามารถมาท่องเที่ยวที่ โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์ตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านจาเราะปูโงะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อเป็นแหล่งจ้างงาน ช่วยเหลือราษฎรให้มีงานทำ มีรายได้พอเลี้ยงชีพ , เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารให้แก่ท้องถิ่นในยามฉุกเฉิน , เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้ราษฎร ได้เรียนรู้ทำการเกษตร ปศุสัตว์ และประมง ,เพื่อให้ราษฎรไดัรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพและมีมาตราการระวังภัยป้องกัน ตนเองให้พ้นจาก ภัยคุกคามของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และไม่ทิ้งถิ่นฐาน โดยผู้ที่เข้าเป็นสมาชิกโครงการฯ เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบ หรือผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน เข้ามาในโครงการฯ จ้างงานด้านเกษตรกรรม- ปศุสัตว์ และได้รับจัดสรรบ้านพักอาศัยพร้อมที่ทำกินครอบครัวละ 1 ไร่ เพื่อดำรงชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด -๑๙ ส่งผลให้มีประชาชนตกงานถูกเลิกจ้างเป็นจำนวนมาก และต้องกลับไปอยู่ที่ภูมิลำเนาทำให้ขาดรายไดั พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานพระบรมราชานุญาติ ให้นำที่ติดในโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาใช้สนับสนุนการจ้างงาน จำนวน 20 คน ห้วงเดือนพ.ค.2563 - ก.ย.2564 ภายใต้" โครงการฟาร์มตัวอย่างฯต้านภัยโควิด -๑๙ " เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยน้อมนำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทำให้ฟาร์มตัวอย่างเป็นแหล่งที่สร้างอาหารที่ปลอดภัย แหล่งรายได้ สามารถสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืน

  อย่าพลาดติดตามชมรายการคืนคุณให้แผ่นดิน ออกอากาศเดือนธันวาคม 2565 วันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2565 เวลา 14.00 - 14.25  น. สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ( กดหมายเลข 5 ) คุณอภิคม แก้วละเอียด (ตูมตาม ) พิธีกรภาคสนามดำเนินรายการคืนคุณให้แผ่นดิน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

CR : ศิริพร จงศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ผลิตรายการคืนคุณให้แผ่นดิน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก./

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

Baseus ตั้ง YAS ขึ้นเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายหลัก ยกทัพสินค้า ลงโมเดิร์นเทรด พร้อม รีเทล ช้อปออนไลน์  เจาะกลุ่มลูกค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์  
 
Baseus ชี้ตลาดไทยมีศักยภาพเติบโต ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ตั้ง YAS ในกลุ่มเบญจจินดา เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายหลัก คาดปี 2566 ชิงส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์ดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ในไทย 20 เปอร์เซ็นต์ และเติบโตเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ในปี 2569 พร้อมส่ง 2 แคมเปญส่วนลดสูงสุด 30- 40 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเปิดตัว และ Mega Campaign 12:12 เจาะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายตลอดธันวาคมนี้
 
นายปาร์คเกอร์ กง ผู้จัดการ เบซุส ประจำประเทศไทย  กล่าวว่า Baseus (เบซุส) เป็นบริษัทที่สินค้า ดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ อยู่ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก  โดย Baseus ให้ความสนใจตลาดประเทศไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ซี่งได้แต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายหลัก บริษัท วายเอ เซลส์ แอนส์ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ YAS ทำตลาดได้ทุกช่องทาง เนื่องจาก YAS มีความเข้าใจตลาด เข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของกลุ่มลูกค้า ทุกเพศ ทุกวัยรวมทั้งสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั่วประเทศ โดย Baseus คาดว่า YAS จะสามารถขยายตลาดอุปกรณ์เสริมของ Baseus ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง  
โดยเราตั้งเป้ามีส่วนแบ่งรายได้ 20 เปอร์เซ็นต์ในปี 2566 และ เพิ่มเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ในปี 2569  ของตลาดรวมสินค้าสมาร์ทแก็ดเจ็ต ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ซี่งเป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่ม IoT มีมูลค่าตลาดรวมระหว่าง 12,000 – 15,000 ล้านบาท ด้วยศักยภาพการสร้างแบรนด์ Baseus ให้แข็งแกร่งได้ในผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย  
“Baseus เป็นสินค้าคุณภาพ ราคาจับต้องได้ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายที่มีประสบการณ์ยาวนานในกลุ่มสินค้าอุปกรณ์เสริม และ Smart Gadget โดยเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญที่จะช่วยตอบโจทย์หรือเติมเต็ม ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ของทุกคน” นาย ปาร์คเกอร์  กล่าว  
นาย ธนพนธ์ เบญจรงคกุล  ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารคู่ค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ บริษัท วายเอ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (YAS)  กล่าวว่า YAS มี Vision เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านการกระจายสินค้าและ B2B, B2C ดิสทริบิวเตอร์ และ Fulfillment ชั้นนำของประเทศไทย ล่าสุดได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ตามเป้าหมาย เป็น Top   Distributor ในตลาด IT และ IoT (Internet of Things) เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค Digital Lifestyle และ Smart Life ในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อน  โดยได้ร่วมมือและเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายหลักของ Baseus ด้วยจุดเด่นของสินค้า Baseus แบรนด์สินค้าคุณภาพ ดีไซน์สวยงามทันสมัย เหมาะกับการใช้งานของผู้บริโภคซึ่ง YAS มีเป้าหมายหลักที่กลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา นักศึกษามหาวิทยาลัย วัยทำงาน คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญอุปกรณ์เสริม หรือ Smart Gadget ดีไซน์สวย คุณภาพดีได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ โดยได้เริ่มทำตลาดในเดือนธันวาคมนี้ เป็นผลิตภัณฑ์รุ่น  Baseus Bowie WM02 หูฟังบลูทูธไร้สาย ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และ  Baseus GaN3 Pro Fast Charger พกพาสะดวก รองรับการใช้งานได้พร้อมกันได้หลายอุปกรณ์ เหมาะกับผู้บริโภคที่เดินทางเป็นประจำ
 
“YAS มีแนวทางการทำตลาดเพื่อตอบโจทย์ ดิจิทัล และสมาร์ทไลฟ์สไตล์  เราให้ความสำคัญกับงานบริการหลังการขายที่ดี หากลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ Baseus เสียเปลี่ยนตัวใหม่จากศูนย์ในไทย และรับประกันยาวถึง 2 ปี ซึ่ง YAS ได้นำเข้าสินค้าลงโมเดิร์นเทรด พร้อม รีเทล ช้อปออนไลน์  เจาะกลุ่มลูกค้า ดิจิทัลไลฟ์ สไตล์ ” นายธนพนธ์ กล่าว
ทั้งนี้ YAS  ได้เลือกสรรสินค้าในรุ่นที่เหมาะกับตลาดไทย ในปลายปี 2565 นี้ คาดว่าในปี 2566 ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เสริมจะเป็นเจ้าแรกที่ผู้บริโภคเลือกซื้อ ด้วยความเหมาะสมกับรูปแบบตลาดอุปกรณ์เสริมที่ปรับตัว เช่น การซื้ออุปกรณ์เสริมตัวชาร์จแบตเตอรี่มือถือที่ทันสมัย คุ้มค่าในการใช้งาน เข้ากับมือถือรุ่นใหม่ๆ รองรับทั้งระบบ IOS และ Android ซึ่งปัจจุบันบางรุ่นไม่มีหัว อะแดปเตอร์ และอุปกรณ์ชาร์จให้ จึงเป็นโอกาสที่ YAS และ Baseus จะเข้ามาเสริมตลาดนี้ได้

โดย YAS จัดรายการพิเศษเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ในช่วงวันที่ 1-11 ธันวาคม และวันที่ 16-31 ธันวาคมนี้ ให้ส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 30%  และจัด  12.12 Mega Campaign ในระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคม ลดสูงสุด 40% ผ่านรูปแบบการทำตลาดช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ รีเทลช้อป ได้แก่

Shopee : https://shopee.co.th/baseuslifestylemall

Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/baseus-lifestyle-mall

Facebook : https://www.facebook.com/baseus.th/

Tiktok : https://www.tiktok.com/@baseuslifestylemall

IG : https://www.instagram.com/baseus.th/

YAS Official Store ได้ที่    

Shopee : https://shopee.co.th/yas.online  

Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/yas-online

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

“เพราะเราเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ” ผ่าแนวคิดและนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของดีแทค
 
9 ธันวาคม 2565 - โลกกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาและความท้าทายนานัปการที่บั่นทอนความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของสังคม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ปัญหาคอร์รัปชัน” อันเป็นต้นเหตุของการกัดกร่อนความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม ด้วยเหตุนี้ องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ทุกวันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (International Anti-Corruption Day) เพื่อสร้างการตระหนักรู้และร่วมกันต่อต้านปัญหาคอร์รัปชัน
 
สำหรับประเทศไทย สถานการณ์การคอร์รัปชันยังคงในอยู่ในระดับ “สูง” อ้างอิงจากรายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International - TI) ระบุว่า ในปี 2564 ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไทยอยู่ในอันดับที่ 110 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ลดลง 6 อันดับจากปี 2563 ซึ่งรายงานดังกล่าวได้ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองและกลุ่มทุนในภาคเอกชนจัดเป็นตัวแปรสำคัญในการต่อต้านคอร์รัปชันทั่วโลก
 
ความถูกต้อง-เคารพซึ่งกันและกัน

“ความถูกต้องและการเคารพซึ่งกันและกันถือเป็นคุณค่าสำคัญที่ดีแทคยึดถือ ดังนั้น เราดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมและธรรมาภิบาลสูงสุด ซึ่งรวมถึงในการทำงานกับพันธมิตรและคู่ค้าด้วย การต่อต้านการคอร์รัปชันจึงถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของคนดีแทค” สตีเฟ่น แฮลวิก รักษาการณ์รองประธานเจ้าหน้าบริหาร กลุ่มกิจการองค์กรของดีแทค กล่าว
 
“ที่ดีแทค เราไม่ทนต่อการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) และเราเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ” เขาเน้นย้ำ
 
นอกเหนือจากแนวทางภายใต้หลักธรรมภิบาลของดีแทคแล้ว บริษัทยังมีแนวทางปฏิบัติอีก 2 หมวดใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการคอร์รัปชัน ได้แก่ 1. นโยบายไม่รับของขวัญ หรือ No Gift Policy และ 2. แนวปฏิบัติด้านการสนับสนุนและบริจาค (Sponsorship & Donation)
 
สำหรับนโยบาย No Gift Policy นั้น ดีแทคไม่อนุญาตให้พนักงาน “ให้” และ “รับ” สิ่งของใดๆ จากบุคคลภายนอกองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทจะตั้งอยู่บนมาตรฐานจริยธรรม ความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นมืออาชีพ อย่างไรก็ตาม ด้วยบริบททางวัฒนธรรมและคุณค่าทางสังคมที่แตกต่างกัน บริษัทจึงอนุโลมให้การมอบของขวัญตาม “มารยาทและประเพณีทางธุรกิจ” สามารถกระทำได้ โดยของขวัญนั้นต้องมีโลโก้ดีแทคและมูลค่าไม่สูงกว่าที่กำหนด
 
“ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นเป็นตัวแปรที่สำคัญยิ่งในการดำเนินธุรกิจ การรักษาความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งจะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีทางธุรกิจ และเอื้อให้เกิดวิถีการทำงานที่เป็นไปในเชิงบวก แต่ทั้งนี้ การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ก็ต้องเป็นไปอย่างมืออาชีพ และสอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรม” สตีเฟ่นกล่าว ก่อนจะเสริมว่า ที่ผ่านมานโยบาย No Gift Policy นั้นได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากทั้งพนักงาน พันธมิตร คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มอื่นๆ ของเรา โดยพวกเขาบอกว่ารู้สึก “สบายใจ” ในการทำงานกับดีแทค สามารถเจรจาอย่างเปิดเผย และทำงานได้เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง
 
ลดความเสี่ยงการทุจริตผ่านการสอบทาน
ในทำนองเดียวกัน การสนับสนุนและบริจาคนั้นจำต้องมีการกำหนดแนวทางและกระบวนการอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการสนับสนุนและบริจาคที่เกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างแท้จริง และไม่ถูกใช้เป็นช่องทางเพื่อการทุจริต ดีแทคมีกระบวนการสอบทาน (Due Diligence) เพื่อประเมินความเสี่ยงของผู้ขอรับบริจาค โดยบริษัทได้มีการกำหนดนิยาม ขั้นตอน และหลักเกณฑ์การประเมินอย่างชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางที่เป็นกลางในการปฏิบัติงานที่ปราศจากอคติและรักษาไว้ซึ่งความโปร่งใส โดยดีแทคจะมีคณะทำงานตรวจสอบทั้งก่อนและหลังการบริจาค เพื่อให้มั่นใจว่าเงินหรือสิ่งของที่บริจาคไปนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ อาทิ ผู้ขอรับการบริจาคจะต้องจดทะเบียนในนามนิติบุคคล มีการแสดงเจตจำนงของการรับบริจาคอย่างชัดเจน และวัตถุประสงค์ของการบริจาคควรสอดรับกับแนวทางการดำเนินงานขององค์กรและยึดถือคุณค่าที่สอดคล้องกับดีแทค
 
“กระบวนการสอบทานการสนับสนุนและบริจาคเป็นมาตรฐานของการกำกับกิจการที่ดีขององค์กร สอดรับกับแนวทางสากลที่ต้องการให้เกิดความโปร่งใสและไม่ให้การสนับสนุนและบริจาคเป็นช่องทางในการติดสินบน ทุจริต และคอร์รัปชัน” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรของดีแทค อธิบาย
 
นอกจากนี้ ดีแทคยังให้ความสำคัญกับกระบวนการ “การแจ้งเบาะแส” (Whistle Blowing) อันถือเป็นหนึ่งในแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี และยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามปัญหาการทุจริตผ่าน “การมีส่วนร่วม” ทั้งจากพนักงานและบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผ่านช่องทาง Integrity Hotline ซึ่งที่ผ่านมา กระบวนการแจ้งเบาะแสมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชันภายในองค์กร โดยในปี 2564 มีจำนวนการแจ้งเบาะแสทั้งสิ้น 204 เรื่อง และนำเข้าสู่การพิจารณาโดยอิงจากพยานหลักฐานทั้งสิ้น 52 เรื่อง ซึ่งผลจากการพิจารณามีทั้งการเตือนด้วยวาจา การส่งหนังสือเตือน ไปจนถึงการเลิกจ้าง
 
แก้ไขคอร์รัปชันจากบนลงล่าง

สตีเฟ่นให้ความเห็นว่า การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีใหญ่ๆ วิธีการแรกคือ การแก้ไขปัญหาจากบนลงล่างหรือ Top-down ผ่านการบังคับใช้นโยบายและกลไกทางกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามเป็นหลัก ส่วนอีกวิธีคือ การแก้ไขปัญหาจากล่างขึ้นบน หรือ Bottom-up เพราะการป้องกันคอร์รัปชันไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหากขาดการมีส่วนร่วมทั้งองคาพยพของสังคม ซึ่งนั่นรวมถึงองค์กรเอกชนอย่างดีแทคที่ยึดถือมาตรฐานทางจริยธรรมสูงสุดในการกำหนดแนวนโยบายในองค์กร โดยประกอบหลักการสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่ 1. ความถูกต้อง 2. ความรับผิดชอบ 3. ความซื่อสัตย์และโปร่งใส และ 4. ความกล้าในการเปิดเผยสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
 
“การแก้ไขปัญหาจากล่างขึ้นบนถือเป็นกลไกที่สำคัญอย่างมากในสังคมแห่งประชาธิปไตย ทุกคนในสังคมตระหนักดีว่าคอร์รัปชันเป็นปัญหาสังคม แต่ปัญหานี้จะหมดไปได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยของสังคม เพราะท้ายที่สุดแล้ว คอร์รัปชันไม่ใช่อาชญากรรมที่ปราศจากผู้เสียหาย และคุณภาพชีวิตที่เสียไปคือราคาที่ทุกคนในสังคมต้องจ่ายให้สำหรับการคอร์รัปชัน” สตีเฟ่นทิ้งท้าย

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

คนขอนแก่นปลื้ม ร่วมพัฒนาพลังงานสะอาด ร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นเต็มที่ 
เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด (COT) ขอบคุณคนขอนแก่นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังและนำเสนอความคิดเห็น ในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นฯ เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพ ร่วมเดินหน้าประเทศสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2565 นายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การศึกษาและจัดทำรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) และรายงานเกี่ยวกับการศึกษามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ESA)  โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580  ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev. 1)  โดยมีประชาชนในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น ส่วนราชการ องค์กรเอกชน สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และผู้บริหาร กฟผ. เข้าร่วมรับฟังกว่า 300 คน ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

นายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า โครงการฯนี้ เป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เป็นพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำร่วมกับพลังน้ำจากเขื่อน จะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดขอนแก่น ช่วยเสริมความมั่นคงทางไฟฟ้าระดับภูมิภาค ที่สำคัญคือช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ต้นเหตุของการเกิดสภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นวาระสาคัญระดับชาติ

ด้านนายธวัชชัย สำราญวานิช ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า กฟผ. ขอขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่ให้ความสนใจร่วมแสดงความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและจัดทำรายงาน CoP และ ESA เพื่อกำหนดมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของโครงการ รวมถึงแนวทางการพัฒนาโครงการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการที่ยั่งยืนต่อไป

การประชุมครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียได้มีส่วนร่วมศึกษาและจัดทำรายงานฯ โดยมีนางสาวดวงกมล พรหมสุวรรณ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อมจากบริษัท COT เป็นผู้ถ่ายทอดรายละเอียดของโครงการ ทั้งการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการฯ  และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียได้แสดงข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนข้อวิตกกังวลต่างๆ เพื่อนำไปปรับปรุงให้การศึกษาฯ มีความครบถ้วนสมบูรณ์ 

โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำกับพลังน้ำ พร้อมทั้งติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เพื่อเสริมให้ระบบผลิตไฟฟ้ามีเสถียรภาพ มีกำลังการผลิตสุทธิ 24 เมกะวัตต์ (MWAC)   รองรับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นและภูมิภาคที่มีการขยายตัว และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากนี้ยังช่วยลดการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ รวมทั้งยังเป็นการใช้พื้นที่อ่างเก็บน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปี 2566

ประชาชนผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ได้จนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2565 โดยส่งข้อคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ เช่น จดหมายธุรกิจตอบรับที่แจกในวันประชุมรับฟังฯ หรือคุณจีรภัทร์ ประเสริฐสุวรรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชน โทรศัพท์ : 02-934-3233 ต่อ 513 หรือ 091-4539154 และอีเมล : cheerapat.cot@gmail.com 

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

โพสต์ข่าวแนะนำ

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

“เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” คว้ารางวัล “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2022” รางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2565 ในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ