วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

”ดร.ปรเมศร์“ ร่วมประชุม(กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่3 ติดตามการดำเนินคดี กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมาย

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.ปรเมศร์“ ร่วมประชุม(กมธ.ปปง.)
สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่3 ติดตามการดำเนินคดี กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมาย 



ด้วยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 






ที่ประชุมได้มีมติให้นัดประชุมครั้งต่อไป ในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา
วันนี้ (28 พ.ค.69) เวลา 09.30 น.นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันการปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด เป็นประธานประชุมคณะคณะกรรมาธิการฯ พร้อมกันนี้มี ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ, เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันการปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร  ‘รองประธานคณะกรรมาธิการฯ,คณะกรรมาธิการ,ที่ปรึกษา,นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่ได้รับเชิญ เข้าร่วมประชุม






โดยมี กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์, กรมธุรกิจพลังงานกระทรวงพลังงาน, กรมสอบสวนคดีพิเศษกระทรวงยุติธรรม ร่วมประชุม พิจารณาติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมาย มาตรการปราบปรามขบวนการกักตุนและลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมายซึ่งอาจนำไปสู่การกระทำ ความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทั้งนี้ทุกหน่วยงานยังได้ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการอธิการพร้อมร่วมวางแผนมาตรการป้องกันและปราบปรามขบวนการกักตุนและลักลอบนำน้ำมันเข้า-ออกนอกประเทศด้วย

ตำรวจ สภ.พบพระ ออกเผยแพร่ให้ความรู้กฎหมายจราจรเบื้องต้น การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย การสวมหมวกนิรภัย 100%

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

ตำรวจ สภ.พบพระ  ออกเผยแพร่ให้ความรู้กฎหมายจราจรเบื้องต้น การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย การสวมหมวกนิรภัย 100%



เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569  





ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ดังก้อง ผกก.สภ.พบพระ นำการปฏิบัติโดย  พ.ต.ท.วัฒนะ คงตาล รอง ผกก.ป.สภ.พบพระ , พ.ต.ท.นนท์ปกรณ์ อาจใย สวป.สภ.พบพระ , ร.ต.ต.กิตติ โฮ้ไทย รอง สว.(ป.) สภ.พบพระ พร้อมด้วยชุดจราจร สภ.พบพระ ได้บรรยายให้ความรู้กฎหมายจราจรเบื้องต้น การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย การสวมหมวกนิรภัย 100% เมาไม่ขับและไม่ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ให้แก่ นักเรียนโรงเรียนอรุณเมธา  ตามโครงการจราจรน้อย ประจำปีการศึกษา 2569 เพื่อให้เด็กปฐมวัย ครู และผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนน เห็นความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยให้กับเด็กเล็ก ตลอดจนเผยแพร่ให้ความรู้ ความเข้าใจ ในกฎจราจรเบื้องต้นและสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง  ณ โรงเรียนอรุณเมธา  ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก.

”ดร.แก้ว“ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ (กมธ.ตำรวจ) พิจารณาติดตามความคืบหน้ากรณีจับกุมแก๊งจีนเทาและคลังอาวุธสงครามร้ายแรง

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

”ดร.แก้ว“ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ (กมธ.ตำรวจ) พิจารณาติดตามความคืบหน้ากรณีจับกุมแก๊งจีนเทาและคลังอาวุธสงครามร้ายแรง 



เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 
เวลา 09.30 น. 






ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ N404 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา  ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ, เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการตำรวจ ด้วยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมได้มีมติให้นัดประชุมครั้งต่อไป (ครั้งที่ 3) ในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น.ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 404 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยมีระเบียบวาระการประชุม ดังนี้ ด้วยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ร่วมกันนี้มี ประธานคณะกรรมาธิการ, รองประธานคณะกรรมาธิการและคณะ กรรมาธิการที่ปรึกษา  และคณะกรรมาธิการยังได้เชิญหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง






โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี,ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ,ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2 ,ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาติดตามความคืบหน้า กรณีการจับกุมแก๊งทุนจีนสีเทาและคลังอาวุธสงครามร้ายแรงในจังหวัดชลบุรี 
ร่วมกันยังได้หาแนวทางป้องกันขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และตรวจสอบซัพพลายเชนของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง เพื่อตัดวงจรทางการเงินและกลุ่มทุนจีนสีเทาตั้งแต่ต้นทาง

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ และนำหน่วยแพทย์ลงพื้นที่บริการประชาชนฟรี

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ และนำหน่วยแพทย์ลงพื้นที่บริการประชาชนฟรี
.

วันนี้ (วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) 









มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสุชาดา น้อยจีน รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวมจำนวน 15 คน คิดเป็นมูลค่า 295,790 บาท (สองแสนเก้าหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยเก้าสิบบาทถ้วน)  นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการเด็ก แก่ประชาชนในพื้นที่ฟรี โดยมี นางพรนิภา มาสิลีรังสี รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายอัฐชัย ดุลยพัชร์  ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรี และครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา และนายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอรัตภูมิ ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา
.






นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถแต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยในปี พ.ศ. 2569 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ รวม 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ชลบุรี นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ  ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้  โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป 
.






ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung 
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#089-498-1477

ผู้การนนทบุรีลงพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด ประชุม สรุปคดี “แก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน-ไทย” ฟอกเงินกว่า 4,800 ล้านบาท

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

ผู้การนนทบุรีลงพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด ประชุม สรุปคดี “แก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน-ไทย” ฟอกเงินกว่า 4,800 ล้านบาท 



พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เดินทางไปตรวจเยี่ยม สภ.ปากเกร็ด พร้อมเป็นประธานการประชุมสรุปสำนวนคดีเครือข่ายแก๊ง Call Center กลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนและไทย ซึ่งเป็นคดีสำคัญด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินข้ามชาติ





โดยมี 
พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี
พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี, 
พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด
พ.ต.ท.บุญยวัฒน์ ศรีเลิศวรกุล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด, 
พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด, 
พ.ต.ท.ปิยะบดินทร์ ลิ้มประเสริฐ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์, 
พ.ต.ต.เอกพันธ์ พลยะศรีสวัสดิ์ สว.สส.กก.สส.ฯ
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและสอบสวน สภ.ปากเกร็ด และ กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายสอบสวนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของสำนวน ก่อนส่งพนักงานอัยการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ผลการสืบสวนสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้รวม 15 ราย ในความผิดเกี่ยวกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ บัญชีม้า และการฟอกเงิน พร้อมขยายผลตรวจสอบความเกี่ยวข้องของสถาบันการเงิน 4 แห่ง และตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 71 บัญชี พบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินเชื่อมโยงกว่า 4,800 ล้านบาท









ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้น และคดีมีความพร้อมในการส่งสำนวนให้อัยการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีในการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง

#ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี
#ภจวนนทบุรี
#สภปากเกร็ด
#CallCenter
#แก๊งคอลเซ็นเตอร์
#ฟอกเงิน
#บัญชีม้า
#อาชญากรรมข้ามชาติ
#CyberCrime
#ตำรวจไทย

โพสต์ข่าวแนะนำ

”ดร.ปรเมศร์“ ร่วมประชุม(กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่3 ติดตามการดำเนินคดี กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมาย

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ ”ดร.ปรเมศร์“ ร่วมประชุม(กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่3 ติดตามการดำเนินคดี กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมาย...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ

ข่าวดังรายสัปดาห์ HOT NEWS