วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

“อลงกรณ์”ชงโครงการ
”เพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์”ภายใต้แผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตกตุลาคมนี้
เผย“กรกอ.”
เดินหน้า10โครงการพร้อมเร่งจัดตั้งเขตส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรม18กลุ่มจังหวัดหวังกระจายการลงทุนกระจายโอกาสสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ชูระเบียงเศรษฐกิจ5ภาคทั่วประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) เปิดเผยวันนี้ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) ครั้งที่ 3/2565 ผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting โดยกล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบ 2 ประเด็นสำคัญ คือ 
1) การขับเคลื่อนสาหร่ายพืชเศรษฐกิจใหม่ตามนโยบายอาหารแห่งอนาคต( Future Food Policy)โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยส่งเสริมสาหร่ายทะเล(Seaweed)และสาหร่ายตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์การแปรรูปและการตลาดมีกรมประมงเป็นหน่วยงานหลักดำเนินการได้มีการจัดทำแผนพัฒนาและแผนกลยุทธ์เป็นการพัฒนาการผลิตในระดับท้องถิ่นให้เป็นผลผลิตและผลิตภัณฑ์ชุมชน( Community based product)มุ่งเน้นการผลิตสาหร่ายทะเลและสาหร่ายน้ำจืดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ อาหารเสริม เวชภัณฑ์ เครื่อง สำอางค์ และน้ำมันชีวภาพเป็นต้น ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งและศูนย์เพาะเลี้ยงน้ำจืดเร่งเดินหน้าในการรวบรวมพันธุ์ การเพาะเลี้ยงและการเผยแพร่พันธ์ุ ซึ่งจะดำเนินการในพื้นที่ 50จังหวัด แบ่งเป็น 22จังหวัดชายฝั่งทะเล และ 28 จังหวัดบนบกมีองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกว่า 2,600 แห่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายการขับเคลื่อนรวมทั้งการส่งเสริมในระดับอุตสาหกรรมภายใต้ความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มูลนิธิเวิลด์วิว อินเตอร์เนชั่นแนล (Worldview International Foundation)มูลนิธิเวิลด์วิว ไครเมต(Worldview Climate Foundation)และศูนย์AICร่วมดำเนินการเช่นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยสงขลานัครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาสาหร่ายของศูนย์ความเป็นเลิศALECของ”วว.”และบริษัทเอกชนเช่น ปตท.และบางจากกำลังวิจัยและพัฒนาต่อยอดสาหร่ายพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ซึ่งประธานและคณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมเมื่อเร็วๆนี้โดยย้ำว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในการผลิตสาหร่ายเพื่อใช้ในประเทศและทดแทนการนำเข้า ปัจจุบันมีการผลิตสาหร่ายทั่วโลกปีละกว่า35ล้านตันเป็นมูลค่ากว่า5แสนล้านจึงเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่และอาชีพใหม่ของไทยซึ่งคิดออฟโครงการสาหร่ายทะเลที่อำเภอบ้านแหลมจังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
2) การรับทราบผลการประชุมหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในวาระที่ประธาน
กรกอ.และคณะกระทรวงเกษตรฯ.ไปแสดงความยินดีกับนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริหารสอท.ชุดใหม่โดยมีมติเห็นพ้องต้องกันใน10 โครงการของ
“กรกอ.”ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาแบรนด์สินค้าเกษตร (The Brand Project) สู่เกษตรมูลค่าสูง 2.โครงการอาหารแห่งอนาคต (Future Food) 3.โครงการส่งเสริมการลงทุนเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม Made In Thailand 4.โครงการส่งเสริมสตาร์ทอัพเกษตร และ SME เกษตร 5.โครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรระหว่าง สวก. AIC และสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร ของ ส.อ.ท. 6.โครงการมหานครผลไม้และการพัฒนาอุตสาหกรรมผลไม้ และโครงการ Eastern Thailand Food Valley 7.โครงการส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล 8.โครงการ Smart Agriculture Industry (SAI in the City) 9.โครงการสนับสนุนการจำหน่ายและบริโภคผลไม้ในฤดูกาลผลิตผลไม้ปี 2565 10.การฟื้นฟูและพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้ง สินค้าประมงและปศุสัตว์ รวมทั้งระบบความเย็น (Cold Chain system) 

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารได้แก่ แนวทางและมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารในกลุ่มจังหวัดนำร่อง โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้แจ้งให้ทราบว่าบีโอไอ.(BOI)ได้อนุมัติเพิ่มมาตรการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรแล้ว ซึ่งการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของ18 กลุ่มจังหวัดสามารถดำเนินได้ทันทีตามมาตรการใหม่ของบีโอไอ.ทั้งนี้ขอให้คำนึงถึงความพร้อมใน 3 ประเด็นหลัก คือ พื้นที่ ผู้ประกอบการ และสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบเป้าหมาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร 
   อีกทั้งที่ประชุม ได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กรกอ.ภาค)ได้แก่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกในการจัดทำแผนพัฒนาสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารปี 2566 – 2570 ตามศักยภาพแบบครบวงจรให้แล้วเสร็จภายในกันยายนปีนี้เพื่อประกาศแผนพร้อมกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่13 
โดยที่ประชุมได้ให้ข้อแนะนำในการจัดทำแผนพัฒนา และประเด็นที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อาทิเรื่องระบบโลจิสติกส์(Logistics)เข้ามาสร้างโอกาสใหม่ๆโดยให้ 18 กลุ่มจังหวัด ร่วมกับ กรกอ. และ BOI ดำเนินการร่วมกัน ซึ่งถ้าสามารถบริหาร Logistic ได้ ก็จะสามารถลดต้นทุนได้  เช่น อีสานเกตเวย์มีรถไฟจีน-ลาวเป็นเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ เวสเทิร์นเกตเวย์หรือประตูตะวันตกมี”กาญจนบุรี-ทวาย”เป็นประตูตะวันตก หรือประตูเหนิอมีเชียงรายใช้เส้นทางR3Aเป็นโลจิสติกส์ลิงก์(Logistics Link)เป็นตัวอย่างพร้อมทั้งกล่าวถึงการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ว่าแต่ละภาคไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ต้อง customize สินค้าเกษตรอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในพื้นที่ต่อยอดโดยใช้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตเป็นเข็มทิศเพื่อเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่มากพอที่จะสร้างฐานอุตสาหกรรมเกษตรยกระดับสู่เกษตรมูลค่าสูง โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูป เน้นการบริหารจัดการร่วมกัน เชื่อว่าจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 
   นายอลงกรณ์ยังเปิดเผยด้วยว่าโครงการEastern Thailand Food Valley : ETEV ภายใต้EECซึ่งคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board)ร่วมในการสนับสนุนนั้นตนและคณะรวมทั้ง
กรกอ.ภาคตะวันออกจะลงพื้นที่ภาคตะวันออกในเดือนหน้าเพื่อเร่งจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการผลไม้ครบวงจรที่จันทบุรี  
   พร้อมกล่าวชื่นชมการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ ที่มีการประสานบูรณาการการจัดทำแผนพัฒนาระหว่าง กรกอ. BOI และ สภาพัฒน์ฯ.ไปในทิศทางเดียวกัน
   “ขณะนี้มี4กลุ่มจังหวัดที่กำลังเดินหน้าจัดตั้งเขตส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรมและในการประชุมกรกอ.ครั้งหน้าตนจะเสนอโครงการเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์(Petchburi Food Valley)ภายใต้เกตเวย์ตะวันตกและระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก(Western Economic Corridor)
เป็นโครงการพัฒนาตั้งแต่การผลิตพืช ประมงและปศุสัตว์ การแปรรูปขั้นต้น การใช้เกษตรอัจฉริยะสมาร์ทฟาร์มมิ่งก์ การใข้เครื่องจักรกลเกษตรที่ทันสมัย การพัฒนาศูนย์วิจัยเพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร เป็นหนึ่งใน”เพชรบุรีโมเดล”ดำเนินการโดยภาคเอกชนภายใต้การสนับสนุนของกรกอ.และศูนย์AIC นอกจากนี้จะเดินทางไปกาญจนบุรีเพื่อฟื้นฟูและเร่งรัดโครงการประตูตะวันตกโดยเฉพาะโครงการกาญจนบุรี-ทวายซึ่งจะประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศจากตะวันออกกลาง อินเดีย จีน อาเซียนและญี่ปุ่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเขตส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรมในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันตก ยังเป็นโครงการที่มีศักยภาพและอนาคตแต่ช่วงโควิดทำให้เกิดความชะงักงัน ตอนนี้สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย จึงต้องเร่งขับเคลื่อนโครงการโดยเร็วอีกครั้งหนึ่ง”
     ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับแก้ไขคำสั่งคณะกรรมการฯ ที่มีการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ ทั้งในส่วนของ สอท. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

การประชุมคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) ครั้งที่ 3/2565 ผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นายกิจก้อง ตันติจรัสวโรดม รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยทั้ง 5 ภาค นายณกรณ์ ตรรกวิระพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์  ประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยมี นางสาวกัลยา สงรอด ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นฝ่ายเลขานุการ.
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

โพสต์ข่าวแนะนำ

ท่านเมทินี ชโลธร อดีตประธานศาลฎีกา เป็นประธานเปิดงาน (พหุวัฒนธรรม) ”ถือศีล กินเจ วัดหงส์รัตนารามฯ” (วันที่5)

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ ท่านเมทินี ชโลธร อดีตประธานศาลฎีกา เป็นประธานเปิดงาน  (พหุวัฒนธรรม) ”ถือศีล กินเจ วัดหงส์รัตนารามฯ” (วันที่5)...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ