วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ติดตามผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงบ้านโพธิ์ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี
วันนี้ (24 สิงหาคม 2565) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงบ้านโพธิ์ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี 
ที่อาคารอเนกประสงค์สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วย นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงบ้านโพธิ์ โดยมีนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ 
        นายภาดล ถวารกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐบาล มีความห่วงใย มุ่งมั่น ขับเคลื่อนโครงการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง เพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับภาคการเกษตร อุตสาหกรรม รวมถึงน้ำอุปโภคบริโภค กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงบ้านโพธิ์ ตั้งแต่ปี 2556 และพัฒนาตลอดแนวระยะทางบึงจนถึงปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ อีกทั้งเป็นแก้มลิงรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์แหล่งน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  
     นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ข้อมูลว่า บึงบ้านโพธิ์ มีพื้นที่ประมาณ 1,269 ไร่ ปัจจุบันบึงบ้านโพธิ์มีปัญหาการตื้นเขิน มีตะกอนสะสมเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ และในช่วงฤดูฝน ปริมาณน้ำมากเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่การเกษตร ทำให้ประชนได้รับความเดือดร้อน เป็นโอกาสดีที่กรมทรัพยากรน้ำได้เข้ามาช่วยอนุรักษ์ ปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำนี้เพื่อประโยชน์ของประชาชน 
       นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 เสริมว่า บึงบ้านโพธิ์ ซึ่งประสบปัญหาแหล่งน้ำตื้นเขิน เนื่องจากมีตะกอนสะสมเป็นจำนวนมาก ทำให้กักเก็บน้ำใช้ได้น้อยนั้น กรมทรัพยากรน้ำจึงนำเรือดูดโคลนสะเทินน้ำสะเทินบกมาใช้ขุดลอกดินบึงบ้านโพธิ์ ขนาดความกว้างเฉลี่ย 70.00-80.00 เมตร ความยาวเฉลี่ย 1,600.00 เมตร ความลึก 0.50-1.00 เมตร พร้อมกำจัดวัชพืช พื้นที่ไม่น้อยกว่า 90 ไร่ คาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำได้ 129,600 ลบ.ม. พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ จำนวน 1,800 ไร่ และน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค จำนวน 186 ครัวเรือน แก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว สันทนาการ เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่
ปิยะพงษ์ สุขเผือก/ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี/ที่มา
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

โพสต์ข่าวแนะนำ

สำนักงาน​หนังสือ​พิมพ์​ทันใจ​นิวส์​

#ตรัง ช้างแสนรู้ 4 เชือก ร่วมเคารพศพ ตระกูล ที่เคยมาทำคอกช้าง ที่บ้านดินอุดม ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ จนจับช้างเผือกได้คือ "ช้างเผือกพล...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ