วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

สลดใจ!! ลูกชาย 61 ปี พาแม่วัย 85 ปั่นจักรยานกลับสุพรรณบุรี หลังลูกสาวไล่ออกบ้าน

สุดสลด ลูกชายวัย 61 ปี ปั่นจักรยาน พาแม่วัย 85 ปี กลับสุพรรณบุรี หลังน้องสาวไล่ออกจากที่นครปฐมกลางดึก ก่อนได้รับความช่วยเหลือจากโชวเฟอร์แท็กซี่ประสานกู้ภัยฯนำส่งถึงบ้าน








วันที่ 21 กันยายน 2565 เรื่องราวสุดสลดใจ ไล่แม่ออกจากบ้าน กลางดึกครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากนายจิรวัฒน์ ปานอุไร อายุ 36 ปี โชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่ง เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า พบเห็น 2 แม่ลูกที่มีอายุมากแล้วเข้ามาขอความช่วยเหลือ พร้อมรถจักรยาน 1 คันเพื่อจะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดสุพรรณบุรี แต่นายจิรวัฒน์ โชเฟอร์แท็กซี่ไม่สามารถช่วยเหลือพาทั้งสองคนไปส่งได้ ทำให้ทั้งสองคนต้องใช้ป้ายรอรถโดยประจำทางปากซอยบ้านกล้วย-ไทรน้อย ถนนกาญจนาภิเษกขาออก ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นที่พักชั่วคราว ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานขอความช่วยเหลือ

ที่บริเวณป้ายรอรถประจำทางจุดดังกล่าวพบสองแม่ลูก ทราบชื่อว่า นายระพีพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี ลูกชายของ นางมาลัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 85 ปี พร้อมรถจักรยาน 1 คันจอดอยู่ที่ป้ายรอรถโดยสาร จึงได้สอบถามกับนายระพีพงษ์ ถึงสาเหตุที่ต้องขี่จักรยานข้ามจังหวัดในตอนกลางคืนสองคนแม่ลูกทั้งๆที่อายุเยอะแล้ว 

นายระพีพงษ์ กล่าวว่า ตนเองและแม่ได้เดินทางด้วยจักรยานด้วยกันออกมาจากบ้านของน้องสาวที่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม หลังจากมีปัญหาขัดแย้งกันภายในบ้าน โดยปกติตนเองกับแม่ได้อาศัยอยู่กับน้องสาวมาหลายปีแล้ว แต่ก็มักจะมีปัญหาทะเลาะกัน มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง โดยที่ผ่านมาก็มักถูกน้องสาวคนนี้เอ่ยปากไล่ตนกับแม่ออกจากบ้านมาหลายครั้งแล้ว

จนกระทั่งช่วงหัวค่ำตนกับแม่ก็มีปัญหากับน้องสาวอีก จึงถูกน้องสาวเอ่ยปากไล่ออกจากบ้านอีก แต่ครั้งนี้ตนเองเริ่มรับไม่ได้และน้อยใจที่ถูกน้องสาวไล่ออกจากบ้านอีก จึงตัดสินใจพาแม่ซ้อนท้ายรถจักรยานแล้วขี่ออกจากบ้านน้องสาวมา โดยตั้งใจว่าจะขี่รถจักยานพาแม่ซ้อนท้ายกลับบ้านเกิดที่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

นายระพีพงษ์ กล่าวอีกว่า หลังขี่รถจักรยานสองคนแม่ลูกออกจากนครปฐมมาได้ประมาณ 10 กิโลเมตรรถจักรยานเริ่มมีอาการไม่ค่อยดี ตนกลัวจะเกิดอันตรายกับแม่ขึ้น จึงตัดสินใจหาโบกรถที่ผ่านไปมาเพื่อขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งมีพลเมืองให้อาศัยติดรถมาลงที่ปากทางซอยวัดลาดปลาดุก อ.บางบัวทอง หลังจากนั้นจึงปั่นจักรยานต่อเพื่อไปยังปลายทาง จ.สุพรรณบุรี 

แต่ด้วยความมืดเพราะเป็นตอนกลางคืนทำให้ต้องจอดพักบริเวณป้ายรถประจำทางปากทางถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย จากนั้นเมื่อเห็นรถแท็กซี่จอดอยู่จึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือเพื่อจะขอให้ช่วยไปส่งที่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี แต่รถแท็กซี่ไม่สามารถไปได้ ทำให้ทางคนขับรถแท็กซี่มีการประสานขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ด้าน นายจิรวัฒน์ โชเฟอร์แท็กซี่ กล่าวว่า ในระหว่างที่ตนเองจอดรถรอผู้โดยสารอยู่นั้นคุณลุงได้เดินมาเคาะกระจกรถพร้อมกับเอ่ยปากขอให้ช่วยพาตัวคุณลุงและแม่ไปส่งที่ จ.สุพรรณบุรี พร้อมกับรถจักรยานด้วย 1 คัน ซึ่งตนเองไม่สามารถพาทั้งสองคนและรถจักรยานขึ้นรถไปได้ และเป็นห่วงความปลอดภัยของทั้งสองคนจึงได้ประสานไปยังสมาคมกู้ชีพบัวเพชรนนทบุรี ให้เข้ามาช่วยเหลือต่อ

ในเวลาต่อมาทางกู้ชีพบัวเพชรนนทบุรี จึงได้ช่วยเหลือนำ 2 แม่ลูกพร้อมรถจักรยานขึ้นรถไปส่งยังปลายทางที่บ้านเกิดตั้งอยู่ หลังวัดรอเจริญ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ซึ่งทันทีที่ทั้งสองแม่ลูกถึงบ้านเกิด ทำให้สองแม่ลูกยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่ได้เดินทางกลับมาถึงบ้านเกิดอย่างปลอดภัยพร้อมกับขอบคุณที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิบัวเพชรได้ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือจนถึงบ้านอย่างที่ตั้งใจไว้

ราชจักร เพ็งอุ่น ผู้สื่อข่าวสุพรรณบุรี


โพสต์ข่าวแนะนำ

ท่านเมทินี ชโลธร อดีตประธานศาลฎีกา เป็นประธานเปิดงาน (พหุวัฒนธรรม) ”ถือศีล กินเจ วัดหงส์รัตนารามฯ” (วันที่5)

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ ท่านเมทินี ชโลธร อดีตประธานศาลฎีกา เป็นประธานเปิดงาน  (พหุวัฒนธรรม) ”ถือศีล กินเจ วัดหงส์รัตนารามฯ” (วันที่5)...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ