กลุ่มผู้เสียหายร้อง “ดร.แก้ว” ฟาร์มขายลูกสุนัขป่วย ติดไข้หัด สุดท้ายทยอยตาย 9 ตัว แจ้งความเอาผิดกลับถูกข่มขู่-ฟ้องกรรโชกทรัพย์
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 69 น.ส.วรัญจณี หรือสุ อายุ 41 ปี ,น.ส.สุธาสินี หรือเซญ่า อายุ 28 ปี ,น.ส.สุรินดา หรือฝน อายุ 25 ปี ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย ได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี และผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” หลังได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อลูกสุนัขสายพันธุ์ “โกลเดินริทรีฟเวอร์” มาจากฟาร์มแห่งหนึ่งที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แต่ลูกสุนัขที่รับมาจากฟาร์มแห่งนี้ทยอยตายด้วยการติดเชื้อไข้หัด จนล่าสุดตายไปแล้ว 9 ตัว เมื่อถามหาความรับผิดชอบ กลับถูกข่มขู่คุกคาม ฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาท และกรรโชกทรัพย์กับผู้เสียหายบางท่าน
.
น.ส.วรัญจณี หรือสุ กล่าวว่า ตนอยากเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ “โกลเดินริทรีฟเวอร์” จึงเสิร์ทหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต พบฟาร์มแห่งนี้อยู่ใกล้บ้าน ย่านอ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หน้าเพจเฟซบุ๊กของฟาร์มแห่งนี้มีการระบุว่าเป็นสายพันธุ์แท้ สุขภาพดี ตนจึงดูรีวิวเพิ่มเติมประกอบจนตัดสินใจซื้อลูกสุนัข เพศผู้ ราคา 12,000 บาท มีค่าจัดส่งถึงหน้าบ้าน ราคา 800 บาท เมื่อมาถึงพบลูกสุนัขมีน้ำมูกใสๆ ตนจึงสอบถามว่าน้องมีอาการป่วยหรือไม่ เจ้าของฟาร์มแจ้งว่าน้องสุขภาพดี จากนั้นได้มีการใช้อุปกรณ์ตรวจโรคตามซอกหู และปั่นก้นน้อง พร้อมทั้งถ่ายคลิปวีดิโอไว้
ต่อมาพบว่าน้องมีอาการถ่ายเหลวหลายรอบจนตนรู้สึกแปลกใจ รวมถึงมีอาการเดินแปลกๆเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง ตนจึงทักไปสอบถามเจ้าของฟาร์ม ซึ่งเขาแจ้งว่าเป็นเพราะเปลี่ยนสถานที่ และได้ให้สูตรอาหารมาบำรุง ต่อมาอาการถ่ายเหลวเริ่มน้อยลงแต่มีอาการอื่นแทรกเข้ามาคือ 1.การหายใจไม่สะดวก 2.มีน้ำมูลเป็นสีเขียว ตนจึงพาน้องไปหาคลินิกรักษาสัตว์ใกล้บ้าน คุณหมอได้ให้น้องรมยา และให้ยาฆ่าเชื้อมากิน แต่เมื่อยาหมดน้องกลับมีอาการแย่ลงอีก ตนจึงพาไปโรงพยาบาลสัตว์และตรวจเอ็กซเรย์พบว่าปอดเป็นฝ้า มีอาการชัก และน้ำลายฟูมปาก ซึ่งน้องอายุเพียง 40 กว่าวันเท่านั้น
.
ตนต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลน้องหลักพันทุกวัน และมีการแจ้งเจ้าของฟาร์มให้ทราบอยู่ตลอด (รวมแล้วประมาณ 18,000 บาท) โดยทุกครั้งที่โทรศัพท์คุยกับเจ้าของฟาร์มจะพยายามถามหาอาการ แต่ตนมองแล้วไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงจริง จนล่าสุดน้องได้แอดมิทที่โรงพยาบาลสัตว์ เจ้าของฟาร์มแอบอ้างว่าเป็นตนเองและโทรศัพท์เข้าไปสอบถามอาการน้องที่โรงพยาบาล มีการอัดเสียงคุณหมอด้วย ซึ่งตอนนั้นคุณหมอยังไม่ได้ระบุอาการไข้หัด เพราะน้องมีหลายโรคและต้องรอผลตรวจ สุดท้ายน้องต้องปั๊มหัวใจก่อนจะเสียชีวิตลง
ตนพยายามถามหาความรับผิดชอบจากเจ้าของฟาร์ม แต่ถูกปฏิเสธ ตนจึงนำข้อมูลไปโพสต์เตือนภัยบนเฟซบุ๊ก พบว่ามีลูกสุนัขอีกหลายตัวที่ติดไข้หัดและเสียชีวิตเหมือนของตน รวมทั้งหมดประมาณ 9 ตัว โดยมีผู้เสียหายติดต่อตนเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่มองว่าฟาร์มแห่งนี้ไม่ปกติ เมื่อสอบถามความรับผิดชอบ ทางเจ้าของฟาร์มได้แจ้งว่าไม่มีการรับประกันสำหรับไข้หัด และมีการรับประกันลูกสุนัขแค่ 7 วันเท่านั้น อีกทั้งยังโทษว่าที่น้องเป็นแบบนี้เพราะพวกตนเลี้ยงสุนัขไม่ดี มีสุนัขตัวอื่นเลี้ยงรวมอยู่ด้วย และโรงพยาบาลตรวจไม่ดี
.
จากการพูดคุยกับผู้เสียหายหลายๆคน พบว่าทางเจ้าของฟาร์มจะปัดความรับผิดชอบคล้ายๆกัน ซึ่งตนรู้สึกเสียใจเพราะโรคไข้หัดไม่สามารถรักษาให้หายได้ วันนี้ตนมาร้องเรียนกับ ดร.แก้ว เพราะอยากให้เจ้าของฟาร์มรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ควรเคลียร์ฟาร์มของตัวเองก่อนที่จะปล่อยลูกสุนัขออกมาขาย ปัจจุบันทราบว่าฟาร์มแห่งนี้ขายลูกสุนัขไปแล้วกว่า 80 ตัว ทั้งที่ไม่ควรขายเพราะในฟาร์มยังมีเชื้อโรคอยู่ สามารถนำเชื้อไข้หัดมาแพร่กระจายได้ อยากให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม
.
น.ส.สุธาสินี หรือเซญ่า กล่าวว่า ตนเห็นเจ้าของฟาร์มไลฟ์ขายลูกสุนัขบนติ๊กต็อก รู้สึกถูกชะตาจึงตัดสินใจซื้อ 1 ตัว เพศเมีย ราคา 9,900 บาท และไปรับที่หน้าฟาร์มเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา วันแรกน้องมีอาการถ่ายเหลว มีน้ำมูกใสๆ หายใจติดขัด ซึ่งทางฟาร์มแจ้งว่ามีการถ่ายพยาธิ การถ่ายเหลวจึงปกติ ผ่านไป 2 วัน น้องมีไข้ขึ้นสูง ตนจึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ คุณหมอได้ฉีดยามาให้แต่ไม่ได้ตรวจโรคหัด เพราะยังมีอาการไม่เยอะ ซึ่งตนได้เลี้ยงน้องต่อมาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ พบว่ามีตุ่มใสขึ้นที่บริเวณท้อง พอครบกำหนดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 คุณหมอได้สังเกตอาการจึงจับตรวจไข้หัดและพบว่าน้องเป็นจริง จากนั้นตนจึงได้แจ้งเจ้าของฟาร์มซึ่งเขาแนะนำให้ตนใช้ไฮเตอร์เช็ดล้างทำความสะอาด ตนไม่มีความรู้จึงหลงเชื่อ และมองว่าอาจจะแจ็คพ็อตที่เราเอง
.
อยู่มาวันนึงน้องมีอาการขากระตุก ซึ่งเกี่ยวกับโรคหัดขึ้นสมอง ตนจึงพาน้องไปหาหมอเรื่อยๆ จนแฟนตนไปเห็นโพสต์ในโซเชี่ยลของพี่สุ จึงทักไปสอบถามและพบว่าเราซื้อลูกสุนัขมาจากฟาร์มเดียวกัน แฟนตนจึงโทรศัพท์ไปสอบถามกับเจ้าของฟาร์มว่าอาการไข้หัดติดมาจากที่ฟาร์มใช่หรือไม่ เพราะผลตรวจจากโรงพยาบาลมีระบุระยะฟักตัวของไข้หัดซึ่งมีมาตั้งแต่ก่อนที่ตนจะซื้อแล้ว
.
ต่อมา เจ้าของฟาร์มทราบว่าผู้เสียหายหลายคนได้มีการรวมกลุ่มและพูดคุยกัน จากนั้นจึงได้โทรมายื่นข้อเสนอให้กับตนว่าหากน้องตาย จะให้ลูกสุนัขใหม่พร้อมตรวจโรคให้เรียบร้อย แต่ตนปฏิเสธเพราะขณะนั้นน้องยังไม่ตาย และรู้สึกรัก ผูกพันธ์กับน้องไปแล้ว จึงขอดูแลรักษาเอง วันต่อมาเจ้าของฟาร์มโทรมาบอกว่าไม่โอเคที่เห็นแฟนตนไปคอมเมนต์ในโซเชี่ยล จึงขอโลเคชั่นเพื่อมาเอาน้องคืน พร้อมคืนเงิน 100% ตนกับแฟนยืนยันที่จะไม่คืน แต่เปลี่ยนเป็นขอค่ารักษาพยาบาล จำนวนเงิน 4,000 บาท (ณ เวลานั้น) แทน แต่กลายเป็นว่าเจ้าของฟาร์มปฏิเสธ สุดท้ายน้องเริ่มมีอาการชัก ตนได้แจ้งอาการน้องกับเจ้าของฟาร์ม แต่เขากลับไม่พอใจ และข่มขู่ตนว่า “ขอคืนไม่ยอมคืน หลังจากนี้จะดำเนินการตามกฎหมาย” ตนจึงเลิกคุย
.
จากนั้นน้องได้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนรู้สึกเสียใจ แต่ที่เสียใจมากกว่านั้นคือสงสารน้อง และลูกสุนัขตัวอื่นๆที่ติดไข้หัด ยิ่งทราบว่ามีผู้เสียหายคนอื่นๆอีกยิ่งรู้สึกแย่ เพราะลูกสุนัขทุกตัวมีชีวิต แต่เจ้าของฟาร์มทำเหมือนการซื้อ-ขายของทั่วๆไป ตนอยากให้ ดร.แก้ว ช่วยเหลือ ให้เจ้าของฟาร์มรับผิดชอบกับผู้เสียหาย และรับผิดชอบต่อสังคม ปัจจุบันทางเจ้าของฟาร์มได้มอบหมายศาลให้กับตนในข้อหา “กรรโชกทรัพย์” จากการแลกเปลี่ยนข้อเสนอคืนสุนัขให้ฟาร์มกับค่ารักษาพยาบาล 4,000 บาท ซึ่งตนไม่มีเจตนาจะไปกรรโชกทรัพย์ใคร และพร้อมสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง
.
น.ส.สุรินดา หรือฝน กล่าวว่า ตนก็เป็นอีก 1 ในผู้เสียหายที่ซื้อลูกสุนัขจากฟาร์มแห่งนี้ ซึ่งตนรู้จักฟาร์มนี้ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก และดูรีวิวจนตัดสินใจซื้อลูกสุนัข เพศเมีย ราคา 9,900 บาท (ไม่มีใบเพ็ด) ซึ่งที่บ้านของตนเลี้ยงสุนัขอยู่แล้ว 2 ตัว คือ สายพันธุ์บางแก้ว 1 ตัว และสายพันธุ์อลาสกัน มาลามิวท์ 1 ตัว โดยนัดรับลูกสุนัขวันที่ 24 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา เมื่อตนไปถึงพบว่าฟาร์มอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร และไม่ได้มีพื้นที่มาก โดยตัวบ้านแบ่งซอยเป็นห้องไว้เลี้ยงสุนัข และทำคอกกั้นขนาด 1*1 เมตร สำหรับเลี้ยงสุนัข 1-2 ตัว เจ้าของฟาร์มมีการชี้ให้ตนดูพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ด้วย ซึ่งเท่าที่สำรวจสถานที่ค่อนข้างแออัด มีกลิ่นเหม็น ขณะที่เจ้าของฟาร์มอ้างว่าอยู่ระหว่างขยายพื้นที่
.
หลังจากรับน้องมาเพียง 2 วัน เริ่มมีอาการถ่ายเหลว ตนจึงได้ถ่ายรูปส่งไปแจ้งเจ้าของฟาร์ม โดยเจ้าของฟาร์มแนะนำให้ตนเช็คอาการ และซื้อยามารักษาเองก่อน มีการส่งตัวอย่างยารักษาโรคลำไส้ และยารักษาระบบหายใจ อ้างว่าตัวเองมีความรู้เพราะเคยเป็นผู้ช่วยสัตวแพทย์มาก่อน ตนเชื่อใจจึงทำตามคำแนะนำ แต่ก็รู้สึกแปลกใจที่เจ้าของฟาร์มแนะนำตัวยารักษาอาการระบบทางเดินหายใจ ทั้งที่ตนแจ้งว่าน้องแค่ถ่ายเหลวเท่านั้น
.
ต่อมา อาการของน้องเริ่มดีขึ้น แต่เมื่อฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 เริ่มมีผื่น ผ่านไป 10 วัน น้องเริ่มท้องเสีย อาเจียน และไม่มีแรง ตนจึงพาน้องไปโรงพยาบาลสัตว์ และนัดติดตามผลทุกสัปดาห์ จนมาถึงวันที่ 29 พ.ค. น้องมีอาการหายใจกระแทกแรงขึ้น ตนจึงแจ้งเจ้าของฟาร์ม และวันรุ่งขึ้นจึงรีบพาไปโรงพยาบาล โดยเจ้าของฟาร์มก็รีบติดต่อมาแต่เช้าและสอบถามผลตรวจ แต่เมื่อเอ็กซเรย์พบว่าปอดเป็นฝ้าทั้งหมด คุณหมอจึงแจ้งว่าไม่ใช่อาการเริ่มแรกและให้ตนทำใจ
.
จากนั้นตนได้เห็นข่าวเรื่องลูกสุนัขติดไข้หัดในโซเชี่ยลจึงขอให้คุณหมอตรวจไข้หัด พบว่าน้องเป็นจริง เมื่อตนแจ้งไปกับเจ้าของฟาร์มกลับปัดว่าอยู่ที่การเลี้ยงดู ทั้งที่สุนัขที่ตนเลี้ยงไว้อีก 2 ตัว ไม่เป็นโรคอะไร และปัจจุบันก็ยังเลี้ยงอยู่ ตนอยากให้เจ้าของฟาร์มออกมารับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น หยุดเพาะพันธุ์และหยุดจำหน่ายลูกสุนัข เพื่อลดการแพร่เชื้อไข้หัดอีกในอนาคต
.
ด้าน ดร.ปรเมศร์ หรือ ดร.แก้ว กล่าวว่า ตนก็เป็นคนรักสุนัข เลี้ยงทั้งสุนัขสายพันธ์ุต่างๆ และสุนัขจรจัด จึงเข้าใจความรู้สึกเป็นอย่างดี วันนี้ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายถึงการซื้อลูกสุนัขและติดไข้หัดจนตาย ซึ่งทุกอย่างต้องพิสูจน์ด้วยข้อกฎหมาย หากทางฟาร์มไม่มีความผิดก็ไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ในทางกลับกันหากทางฟาร์มไม่มีความรับผิดชอบในอาชีพ หรือแม้กระทั่งไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น 1.การขออนุญาตทำฟาร์มเพาะเลี้ยงสุนัข-จำหน่ายสุนัข 2.มีการดำเนินการตามข้อบังคับกฎหมายอื่นๆหรือไม่ ซึ่งหากมีความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
วันนี้ผู้เสียหายได้เดินทางเข้ามาร้องเรียนเพียงบางส่วน ซึ่งจริงๆยังมีจำนวนผู้เสียหายอีกหลายคนที่ซื้อลูกสุนัขจากฟาร์มแห่งนี้ และมีอาการติดไข้หัด จนทยอยตายไปแล้ว 9 ตัว ผู้เสียหายจึงอยากเรียกร้องให้เจ้าของฟาร์มออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง และรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนกลางจะลงพื้นที่เข้าไปร่วมตรวจสอบอย่างแน่นอน และเราพร้อมรับฟังคำชี้แจงจากทางเจ้าของฟาร์ม เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย
.
นอกจากนี้กรณีที่เจ้าของฟาร์มฟ้องดำเนินคดีกับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นลูกค้าของตัวเอง ตนมองว่าเราควรมาพูดคุยเจรจาและหาทางออกร่วมกันจะดีกว่า สามารถชี้แจงด้วยเหตุและผลบนความถูกต้อง ตนเชื่อว่าทั้งตัวลูกค้าและเจ้าของฟาร์มไม่มีเจตนาร้ายต่อกัน ฝากประชาสัมพันธ์หากมีผู้เสียหายท่านใดได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อลูกสุนัขที่ฟาร์มแห่งนี้ สามารถเข้ามาร้องเรียนได้เพิ่มเติม
#เรื่องต้องแก้ #เรื่องต้องแก้byDrKeaw #ด็อกเตอร์แก้วช่วยได้ #ทุกข์ชาวบ้าน #ร้องเรียนร้องทุกข์ #นนทบุรี #จังหวัดนนทบุรี








