ชาวประมงชายฝั่ง เรียกร้องค่าชดเชย หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำจืด
ชาวประมงชายฝั่งในตำบลคลองด่าน ได้รับความเดือดร้อนจากการที่รัฐบาลปล่อยน้ำจืดลงทะเลทำให้สัตว์น้ำเสียชีวิตในบ่อกว่า 4,000 ไร่ เสียหายกว่า 20 ล้านบาท เกษตรกรได้รับผลกระทบ 140 ราย แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือ เจ้าของบ่อหอยแครง กล่าวว่า ประมาณเดือนมิถุนายน 2564 จังหวัดภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ประสบอุทกภัย รัฐบาลสั่งเร่งระบายน้ำจืดลงทะเลและประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ จังหวัดสมุทรปราการ ชาวประมงชายฝั่ง ที่มีบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ตามแนวติดกับชายทะเล ได้รับความเสียหายตลอดแนวยาวมาถึงตำบลคลองด่าน และเกษตรกรที่นั่นเข้าใจสถานการณ์ที่ยากลำบากเกี่ยวกับน้ำท่วม จึงยอมให้หน่วยงานของรัฐบาล สามารถเร่งปล่อยน้ำจืดลงทะเลที่ตำบลคลองด่านได้ หลังจากปัญหาอุทกภัยสงบลงแล้ว ชาวประมงชายฝั่ง 140 รายในตำบลคลองด่าน ยังไม่ได้รับการดูแล การชดเชยตามระเบียบของรัฐบาล วันนี้เลยมารวมตัวกันประท้วงขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วย ตอนนี้น้ำทะเลมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถทำการประมงชายฝั่งได้ตามปกติ แต่กลุ่มเกษตรกรบ่นว่าไม่มีเงินเหลือให้ลงทุนประกอบอาชีพ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรชายฝั่ง ให้ได้รับเงินเยียวยาให้เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งอำเภอบางบ่อ ได้รับจัดสรรเงินจำนวน 5 ล้านบาท เยียวยาค่าเสียหาย ให้กับชาวประมงชายฝั่ง
“กลุ่มของเราได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบายน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่จะออกมาทางประตูระบายน้ำชลหาญพิจิตร และตามคลองระบายน้ำรอบถนนสุขุมวิททั้งหมด ถือได้ว่าได้รับผลกระทบโดยตรงแต่ยังไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยในตำบลคลองด่าน ทำให้ตำบลคลองด่านได้รับความเสียหาย 140 คน พื้นที่ส่วนใหญ่ของเรามีการเลี้ยงหอยแครง กุ้ง ปู และปลา ซึ่งได้รับความเสียหายรายละ 100,000 บาท กรณีที่เราต้องการเรียกร้องคือ ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้งตำบล ถ้าตำบลคลองด่าน มีการประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติ ก็ขอให้ประกาศครอบคลุมทั้งตำบล ขอให้ชาวประมงชายฝั่ง ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน”
นางนกเอียง กิมยง บอกว่า “เกษตรกรของเราเป็นกลุ่มที่ถูกกฎหมาย เราจดทะเบียนกับกรมประมงและได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับเกษตรอำเภอบางบ่อโดยตรง ดังนั้นหากได้รับความเสียหายเราควรได้รับความยุติธรรมด้วย”
คุณเรืองศักดิ์ อุ่นบางหลวง – เจ้าของบ่อหอยแครง บอกว่า “ตอนนี้พามาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นในบ่อ จากที่ดูน้ำในบ่อ แทบจะไม่มีความเค็มหลงเหลืออยู่เลย ซึ่งเกิดจากผลกระทบจากการระบายน้ำจืดเข้ามาโดยตรง จากเปลือกหอยที่เห็นอยู่ข้างบ่อนี้คือ เกษตรกรลากขึ้นมาจากบ่อ เนื่องจากมันตายหมด หอยแครงถ้าหากอยู่ในน้ำที่มีความเข้มต่ำเกินค่ามาตรฐานมันจะอยู่ไม่ได้เลย แล้วจะทำให้ดินก้นบ่อเสียหายด้วย และนี่เป็นกรณีตัวอย่างเพียงบ่อเดียวนอกเหนือจากนี้ ก็จะเสียหายในแบบคล้าย ๆ กันทั้งหมด ”
คุณเรืองศักดิ์ อุ่นบางหลวง – เจ้าของบ่อหอยแครง บอกว่า “เมื่อน้ำจืดไหลมาปนกับน้ำทะเล เกษตรกรไม่อยากเปิดให้น้ำจืดเข้าบ่อ แต่เหตุผลที่จำเป็นต้องเปิดให้น้ำจืดเข้าบ่อ เนื่องจากน้ำในบ่อเลี้ยง มีระดับต่ำกว่า น้ำทะเลที่มีน้ำจืดเจือปนอยู่นอกบ่อ ถ้าหากเราไม่เปิดให้น้ำนอกบ่อเข้ามา ก็อาจจะทำให้เกิดแรงดันจากน้ำข้างนอก ดันให้คันดินพังเสียหายเพิ่มขึ้นอีก กลายเป็นว่าเกษตรกรได้รับความเสียหายหนักกว่าเดิม หอยที่เลี้ยงไว้ก็ตาย คันดินขอบบ่อก็พังเสียหายอีกด้วย ”
นายนิธิวัฒน์ วงศ์วิวัฒน์ - ประมงอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ บอกว่า “สำหรับประเด็นการช่วยเหลือเยียวยา เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านการประมง เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 ถึง วันที่ 11 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา สำหรับจังหวัดสมุทรปราการ ก็ประกาศให้พื้นที่อำเภอบางบ่อ ทั้งอำเภอทุกตำบล เป็นพื้นที่ประสบภัยด้านการเกษตร ด้านการปศุสัตว์ ด้านการประมง สำหรับสำนักงานประมงอำเภอบางบ่อ ซึ่งรับผิดชอบงานด้านประมง ก็ได้ดำเนินการหลังจากที่มีประกาศเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 29 กันยายน ก็ได้ดำเนินการตามระเบียบ กำหนดให้ภายใน 90 วันหลังจากที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ นับตั้งแต่วันเกิดภัย สำนักงานประมงอำเภอก็ได้ จัดตั้งคณะกรรมการ ในการออกสำรวจ จนถึงขั้นตอนการทำประกาศ เพื่อรับแบบในการแจ้งเรื่อง มีเกษตรกรผู้ประสบภัยได้มายื่นเรื่องกับสำนักงานประมงอำเภอ ตรวจสอบหลักฐาน มีเกษตรกรทั้งหมดจำนวน 296 ราย ซึ่งในขณะนี้ คณะกรรมการในระดับอำเภอ ซึ่งประกอบด้วย นายอำเภอเป็นประธาน พัฒนาการอำเภอ เกษตรอำเภอ ท้องถิ่นอำเภอ สัสดีอำเภอ และมีปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงเป็นเลขาธิการ ทุกคนเป็นคณะกรรมการในระดับอำเภอ ซึ่งทางสำนักงานประมงอำเภอ ก็ได้รวบรวม สรุปเรื่อง ทำการรวบรวมเอกสารคำร้อง เพื่อให้คณะกรรมการระดับอำเภอนำเข้าในที่ประชุมเพื่อพิจารณา ทั้ง 296 ราย ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีเงินช่วยเหลือเยียวยารวมทั้งหมดเป็นจำนวนเงิน 5,800,000 บาท ขณะนี้ ทางอำเภอได้ขอขยายเวลา มาหนึ่งเดือนโดยจะครบกำหนดการขยายเวลาในวันที่ 27 ธันวาคม 2564 โดยจังหวัดสมุทรปราการ ได้ผ่านอนุมัติเรื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ภายในวันที่ 27 ธันวาคม 2564 นี้ ”
ที่มา A24 News Agency
https://youtu.be/9PFCn5bMuW0
สนับสนุนโดย