เชียงใหม่ ย้ำ!! ยกระดับป้องกันตัวเอง เชื่อแม้ทุกพื้นที่เสี่ยงโควิด-19 หากประชาชนป้องกันตนเองด้วย Universal Prevention จะปลอดภัย ย้ำปรับการรายงานเป็นภาพรวมหวังให้เกิดความตระหนัก
วันที่ 23 ก.พ. 65 ที่ห้องปฏิบัติการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ในช่วงนี้มาตรการที่สำคัญเพื่อให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ปลอดภัยจากโควิด-19 ก็คือ มาตรการยกระดับการป้องกันตัวเองในขั้นสูงสุด คือการนำมาตรการครอบจักรวาล หรือ Universal Prevention For COVID-19 มาใช้ป้องกันตัวเอง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นๆ พบมียอดผู้ติดเชื้อเข้าข่ายเป็นจำนวนมาก
“สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนว่า ในทุกพื้นที่ คนทุกคนมีความเสี่ยง ด้วยเหตุนี้จังหวัดเชียงใหม่จึงขอความร่วมมือประชาชนชาวเชียงใหม่ได้ใช้มาตรการป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด โดยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกนอกบ้าน งดการรวมกลุ่มกันใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเปิดหน้ากากเมื่ออยู่ในกลุ่มคน งดการจัดกิจกรรม งดการทานอาหารร่วมกัน ภายใต้โครงการ “คนเชียงใหม่ รักกัน แยกกันสักพัก เพื่อลด COVID-19” ซึ่งดำเนินการตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาจนถึงวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้” นายวรวิทย์ฯ กล่าว
ด้านประเด็นข้อเรียกร้องให้มีการรายงานคลัสเตอร์และไทม์ไลน์ผู้ป่วยในปัจจุบัน นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ ได้ชี้แจงว่า การรายงานจังหวัดเชียงใหม่จะรายงานในภาพรวม เนื่องจากขณะนี้มีการแพร่ระบาดไปทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโรงเรียน สถานที่ทำงาน รวมทั้งพบการระบาดในชุมชนกลุ่มครอบครัวต่าง ๆ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่อยากให้ประชาชนได้รับทราบว่า ทุกพื้นที่มีการแพร่ระบาดกระจายไปทั่ว ดังนั้นจึงให้คำนึงว่าทุกพื้นที่เป็นพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด ประชาชนทุกคนล้วนเป็นบุคคลเสี่ยงทั้งหมด เพราะฉะนั้นต้องป้องกันตัวเอง ยกระดับความเข้มข้นในการป้องกันตัวเอง มีมาตรการป้องกันตัวเองอย่างสูงสุดจึงจะมีโอกาสรอดจากการติดเชื้อโควิด-19 ในครั้งนี้ นอกจากนั้นที่สำคัญคือขอให้ประชาชนที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม และมีสิทธิ์เข้ารับวัคซีนเข็มที่ 3 ตามเกณฑ์แล้ว ให้รีบไปขอรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 โดยเร็วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอาการรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด-19 ในระลอกนี้ให้ได้สูงสุดต่อไป
สำหรับ มาตรการในการแก้ไขป้องกันโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเน้นดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับมาตรการทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องไปด้วยกัน ให้ได้ สำหรับร้านอาหารหากเกิดปัญหาร้านไหนก็ไปแก้ตรงจุดนั้นก่อน ไม่ใช่แพร่ระบาดเพียงร้านเดียวแล้วต้องปิดทั้งหมด จะทำให้เดือดร้อนกันทั้งจังหวัด เนื่องจากเศรษฐกิจของเชียงใหม่ต้องเดินต่อไปให้ได้ เรามีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว ประชาชนสามารถอยู่ได้ด้วยการท่องเที่ยว นโยบายในการควบคุมโรคของจังหวัดเชียงใหม่ก็จะแก้ปัญหาที่จุดเกิดการระบาด ส่วนที่มีการสั่งปิดร้านอาหารไปแล้วเป็นเวลา 7 วัน ถึง 14 วัน เนื่องจากที่ผ่านมาพบการระบาดในร้านแล้วแล้วไม่ปฏิบัติตามความปลอดภัยในองค์กร หรือ COVID Free Setting จึงต้องสั่งปิดให้ปรับปรุงตามมาตรการก่อน โรงเรียนก็เช่นกัน จังหวัดมีนโยบายให้เปิดเรียนแบบ On Site ทุกโรงเรียน โดยมีนโยบายในการควบคุมการระบาดว่า หากเกิดการติดเชื้อในห้องเรียนใดก็ให้ปิดเฉพาะห้องนั้น หรือ ชั้นไหนติดก็ปิดชั้นนั้น ซึ่งโรงเรียนทุกแห่งก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting เช่นกัน”
นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวเพิ่มว่า จากข้อมูลที่ได้รับรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อ 2 กลุ่ม คือ ผู้ป่วยเข้าข่าย และผู้ป่วยยืนยัน ซึ่งมีราวๆ 3,000 คนต่อวัน แต่ข้อมูลการใช้เตียงลดลงจากช่วงที่ผ่านมาอย่างมาก โดยการติดเชื้อในระยะนี้พบเป็นสายพันธุ์โอไมครอนเป็นหลัก ซึ่งมีอาการและความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้า จึงไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล อัตราการครองเตียงจึงมีจำนวนน้อยมาก ขณะนี้มีอัตราเตียงว่างเกือบ 70% กระจายไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ขณะที่การรักษาตัวเองในระบบ HI หรือ CI จะใช้เวลาไม่มากแล้ว โดยทางการแพทย์จะให้การรักษาเวลาอาการ 5 - 7 วัน จากนั้นจะให้สังเกตอาการอีก 3 - 5 วัน จนครบ 10 วัน ดังนั้นจึงยังไม่จำเป็นต้องจัดให้มีโรงพยาบาลสนามในช่วงนี้
สนับสนุนโดย