เมื่อวันที่11 มี.ค.65เวลา 19.00น.นายวิทิต เทีี่ยงไทย นายอำเภอวังชิ้น ได้รับแจ้งจาก นายสุนทร เสาร์เกตุ กำนันตำบลแม่เกิ๋ง(บ้านสลก ม.4)อ.วังชิ้น จ.แพร่
ว่ามีเหตุยิงกันตายที่ทางเข้าสวน-ไร่นา ของหมู่บ้าน ห่าง1 ก.ม.เสียชีวิตทั้งสองคน นายอำเภอวังชิ้นจึงมอบหมายให้ นายอนุรักษ์ แก้ววงค์ ปลัดปกครองฝ่ายความมั่นคง นำ อส.ไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมกันนั้น ได้แจ้งให้ ผกก.สภ.วังชิ้น ทราบ นำกำลังชุด สืบสวน,และร้อยเวร, พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.วังชิ้น ออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เป็นทางลูกรังเข้าไปสวนการเกษตร ที่ไร่ นาพบรถยนต์กระบะตอนเดียว สีเขียว ทะเบียน 3849 ลำปาง ถอยชนต้นสักท้ายกระบะมีเหล็กตระแกรง ท้ายรถได้รับความเสียหายเล็กน้อยห่างที่เกิดเหตุ 2 เมตร ข้างในรถพบศพนายจักรี ฉลอง อายุ 33ปี ราษฎรบ้านสลด ม.4 ต.แม่เกิ๋ง นั่งหลังติดเบาะฝั่งขวาคนขับเสียชีวิตคาพวงมาลัยรถ ตำรวจและแพทย์เวรตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 2 ปลอก ลำตัวและใบหน้าผู้ตายกูกลูกปืนยิงเข้าไปหลายนัด จึงทำให้เสียชีวิตคาที่
ในเวลาเดียวกันนั้น ทราบว่ามือปืนที่ดักยิงนายจักรี ฉลอง ตายลงนั้น คือนาย บุญชัย ดอกคำดี อายุ 53 ปีราษฎร เพื่อนบ้านเดียวกัน หลังจากยิงนายจักรีตายแล้ว จึงได้แบกปืนกระบอกดังกดล่อสัญญาณวเดินลงไปยังห้างนาของตนเองห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ150 เมตรอย่างใจเย็น ยิงตัวเองเสียชีวิตตายตามนนายจักรีฯไป ลักษณะศพใส่เสื้อสีขาว กางเกงสีดำ ข้างศพมีอาวุธปืนลูกซองยาว วางที่ข้างลำตัว ที่ศรีษะมีรูกระสุนปืน มีเลือดไหลแดงเต็มพื้นห้างนา
ต่อมาเช้าวันที่12 มี.ค.65เวลา10.10น.ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปที่บ้าน นายบุญชัย (มือปืนผู้ยิง)เป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ กำลังปรับปรุงต่อเติมบ้าน มีญาติๆที่มาให้กำลังใจและรอศพจากทาง จนท.ส่งไปตรวจพิสูจน์อยู่ที่ รพ.แพร่ทั้งสองศพ ยังไม่มา ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปดูที่เกิดเหตุ อีกครั้งหนึ่งและสอบถามถึงสาเหตุการยิงในครั้งนี้ว่ามาจากเรื่องใด ทำไมถึงต้องยิงกันเสียชีวิตทั้วที่บ้านเดียวกันอยู่ไม่ห่างกัน จากการสอบถามแม่นายบุญชัยฯแล้วว่าไม่ทราบสาเหตุเพราะนายบุญชัย เป็นคนไม่พูด เงียบขรึม นานๆจะมาหาแม่แล้วไปนอนเลี้ยงวัวอยู่ห่างนา ส่วนนางกันยา ยาขอ ภรรยา ให้การว่า เพิ่งอยู่กินเป็นสามีภรรยากันมาไม่กี่ปี การยิงกันในครั้งนี้ทราบว่า ผู้เสียชีวิ ผู้ตายไม่เคยเล่าเรื่องอะไรให้ทราบ แต่พอจะรู้มากับทางญาติพี่น้องตว่าทั้สอง เป็นเพื่อนบ้านเดียวกัน มีห้างนาห่างกัน 100 เมตร เลี้ยงวัวมาด้วยกัน เคยทะเลาะกันมาครั้งหนึ่ง แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเหตุรุนแรงถึงฆ่ากันตายขนาดนี้ แต่ด้วยที่ว่านายบุญชัยฯ มือปืน อายุแก่กว่า เป็นคนไม่ค่อยพูดจา คงจะเก็บกดมานานว่าลูกผู้ชายข้ามได้หยามไม่ได้ ที่ถูก นายจักรีฯเพื่อนรุ่นน้อง (ผู้ถูกยิง) อาจจะได้พูดจา เยาะเย้ย ถากถางรุ่นพี่ให้เจ็บกระดองใจ ให้คิดอยู่นานยังไม่หาญแค้น
พอมาถึงมื่อวันที่ 11 มี.ค.65เวลาพบค่ำแล้ว ทุกคนที่ไปสวน ไร่นา เดินทางทยอยกันกลับบ้านอยู่นั้น นายบุญชัย จึงได้แบกอาวุธปืนลูกซองยาว ออกจากที่ซุกศ่อนไว้บนห้างนา ออกมาดักรอ ที่ปากประตูรั้วเข้าสวนส้ม ตรงข้ามสวนสัก เพื่อนบ้าน ทางขึ้นเนินเป็นลูกรัง เมื่อเห็นรถคันไหนใครขึ้นมาก็โบกมือให้จอดสอบถามว่า ไอ่จักร อยู่คันไหน แต่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเรื่อง คงถามหาเฉยๆจึงไม่มีใครสนใจขับรถผ่านไป พอมาถึงคันสุดท้ายก็ได้โบกรถเรียกให้จอด แล้วถามว่าไอ่จักใช่ไหม?นายจักรี ตอบว่า ใช่ มีอะไร เมื่อได้ยินเสียงแค่นี้ นายบุญชัยฯจึงได้ยกปืนยิง ระยะห่างประมาณ 2.50 เมตร โดยไม่ต้องเลงทำให้นายจักรกรีฟุ้บคาพวงมาัยรถ จากนั้น รถได้ถอยลงเนินไปชนต้นสัก ห่างที่ยิงประมาณ 3 เมตร ท้ายรถไปชนต้นสักขนาดเท่าโคนขา คาอยู่ รถได้รับความเสียหายเล็กน้อย จากนั้น นายบุญชัยจึงได้เดินไปหารถทางด้าหน้าขวาคนขับ ยิงซ้ำอีก 1 นัด จนแน่ใจว่า นายจักรีฯตายแล้วแน่นอน จึงได้ใจเย็นแบกปืนลงไปที่ห้างนาตัวเองด้านล่าง แล้วใช้ปืนกระบอกดีงกล่าวปลิดชีพตัวเองให้ตายตกไปตามกัน จะได้จบเกมปิดฉากชีวิต ไม่ให้ยุ่งยากทางคดีของ จนท.ตำรวจ
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และกองพิสูจน์หลักลักฐานถึงสาเหตุการเสียชีวิตของทั้งสองแล้ว ทางญาติพี่น้องทั้งสองฝ่ายไม่ได้ติดใจสงสัยเอาความเพราะเป็นเพื่อนบ้านเดียวกัน ทุ่งนาอยู่ใกล้กัน และทั้งสองเขาก็เสียชีวิตไปแล้ว คงต้องอโหสิกรรมให้เขาทั้งสองไปทางที่ดี ที่เขาได้สร้างสิ่งไดเอาไว้จบเพียงแค่นี้
สำหรับศพนายบุญชัย ดอกคำดี ญาติได้นำมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านสลด เลขที่ 123 ม.4 คน.แม่เกิ๋ง อ.วังชิ้นฯส่วนศพของนายจักรี ฉลอง ทางญาติแจ้งว่า จะเอาไว้ที่บ้านพ่อ อ.สูงเม่น จ.แพร่
ขอแสดงความเสียใจกับทางพ่อแม่พี่น้องกับญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองคนด้วย ขอให้ดวงวิญญาณจงไปสู่สุคติด้วยเทอญฯ
ร.ต.อ ธนาเดช ดอดจือ หัวหน้าศูนย์ข่าวหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์จังหวัดแพร่
สนับสนุนโดย


