ผู้ว่าสงขลาเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีบุกรุกแผ้วถ่างพื้นที่โบราณสถานเขาแดง
วันที่ 16 มีนาคม 2565
จากกรณีสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.สิงหนคร เพื่อเอาผิดกลุ่มคนที่ได้บุกรุกพื้นที่โบราณสถานเขาแดง-เขาน้อย ซึ่งมีทั้งหมด 3 จุด จุดแรกบริเวณเชิงภูเขาแดง จุดที่สองบริเวณหลังป้อมปืนหมายเลข 9 โดยทั้งสองจุดนี้ได้รับความเสียหายจากการบุกรุกแผ้วถ่างป่า ส่วนจุดที่สาม บริเวณใต้ฐานเจดีย์องค์ดำ ก่อนที่ นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อดำเนินการยื่นขออนุมัติออกหมายจับกลุ่มผู้บุกรุก
ต่อมานายสมบัติ เหาตะวานิช รองนายกสมาคมฮกเกี้ยนสงขลา ได้เดินทางเข้ามอบตัวและให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.สิงหนคร และรับทราบข้อกล่าวหาหลังว่าจ้างรถแม็คโครบุกรุกแผ้วถ่างป่าพื้นที่โบราณสถานเขาแดงจนได้รับความเสียหาย ส่วนจุดที่สอง บริเวณหลังป้อมปืนหมายเลข 9 ผู้ต้องหา 2 ราย มีลูกสาวอดีตนักการเมืองท้องถิ่นสิงหนคร และ คนขับรถแม็คโคร ได้เดินทางเข้ามอบตัวและให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน สภ.สิงหนคร แล้ว ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2 ราย ข้อหาบุกรุกโบราณสถาน
โดยทางผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินซึ่งได้ว่าจ้างรถแม็คโครมาทำการปรับพื้นที่ของตัวเอง โดยไม่ได้มีการควบคุมซึ่งระหว่างที่รถแม็คโครทำงานได้เกิดเหตุไปขุดและปรับไถหน้าดินเข้าไปในเขตพื้นที่โบราณสถานเขาแดงโดยไม่ได้ตั้งใจ หลังสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาแล้วเสร็จ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้อนุญาตปล่อยตัวกลับบ้าน ก่อนจะทำการเรียกสอบปากคำอีกครั้ง
ล่าสุด นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เดินทางมาที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เพื่อประชุมและติดตามความคืบหน้าของคดีที่มีกลุ่มคนได้บุกรุกแผ้วถ่างป่าพื้นที่โบราณสถานเขาแดง โดยมี สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สงขลา สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา สาขาสิงหนคร นายปัญญา จินดาวงค์ นายอำเภอสิงหนคร และ พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ ผบก.จว.สงขลา เข้าร่วมประชุม
ทางด้าน พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ ผบก.จว.สงขลา เปิดเผยว่า เมื่อสักครู่ที่ถามว่าที่ดินดังกล่าวใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คนที่จะตอบได้คือ กรมศิลปากร กรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถามว่าขั้นตอนนี้ทำหรือยังตอนนี้ทั้ง 2 ส่วน ไม่ว่าจะเป็นกรมศิลปากรที่ 11 กรมที่ดินและสำนักทรัพยากรป่าไม้จังหวัดสงขลา เค้าก็ลงทำงานร่วมกันซึ่งได้ชี้แจงจะดำเนินการในวันจันทร์เพื่อทำการตรวจสอบร่วมกันและได้เห็นอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ที่จะระบุว่าใครจะบุกรุกอย่างไร ขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องมีการตรวจสอบตรงนี้ก่อน ซึ่งกระบรวนการการสอบสวนตรงนี้ยังไม่เสร็จสิ้น เราจะไม่บีบคดีเพื่อที่จะต้องการหาข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดก่อน
ในส่วนที่มีเอกสิทธิ์ที่ดินหากมีการไถ่หน้าดินนั้น จะต้องตรวจสอบอีกครั้ง ว่ามีการใช้ที่ดินผิดประเภทหรือป่าว มีการขออนุญาตในส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการขุด หรือ การทำบ่อดินอะไรต่างๆแล้วหรือไม่ ซึ่งตรงนี้มีกระบวนการฐานกฎหมาย
สนับสนุนโดย