ชุมพร-ประชุมด่วนรับมือน้ำท่วมรอบ 2
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ที่ห้องประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร ซึ่งถูกใช้เป็นศูนย์ประสานงานสื่อมวลชน ศูนย์บัญชาการ
เหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มจังหวัดชุมพร นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร รักษาราชการแทน ผวจ.ชุมพร เรียกประชุมด่วนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดจังหวัดชุมพร ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ชุมพร ผู้แทนแขวงทางหลวงชุมพร ผู้แทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.ชุมพร ผอ.โครงการชลประทานชุมพร ประชาสัมพันธ์ จ.ชุมพร ผอ.สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) จ.ชุมพร และสื่อมวลชนทุกสาขาใน จ.ชุมพร เพื่อร่วมหารือและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นเป็นรอบที่ 2 เนื่องจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันในพื้นที่ จ.ชุมพรอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์อุทกภัยในรอบแรกเพิ่งคลี่คลายได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น
นายสมพร ได้สรุปสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นใน จ.ชุมพรในช่วงที่ผ่านมา เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย การทำความสะอาดบ้านเรือน สถานที่หลังน้ำลดภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 การซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎรที่ได้รับความเสียหายจำนวน 558 หลังใน อ.สวี การระดมเครื่องสูบน้ำดำเนินการสูบน้ำในพื้นที่ๆยังมีน้ำท่วมขัง การส่งนักศึกษาจากศูนย์ซ่อมสร้าง (Fix It Center) เข้าไปซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และเครื่องจักรกลขนาดเล็กของผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหาย การเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต 4 ราย (ยังมีอีก 2 รายที่เพิ่งพบศพที่กำลังตรวจสอบว่าเสียชีวิตจากการเกิดอุทกภัยหรือไม่) การซ่อมแซมถนนและสิ่งสาธารณูปโภค ฯลฯ
"สถานการณ์อุกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หากไม่มีโครงการแก้มลิงหนองใหญ่ และคลองระบายน้ำหัววัง-พนังตัก ซึ่งเป็นโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยตามพระราชดำริของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ตัวเมืองชุมพรซึ่งถือเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของจังหวัดชุมพร คงถูกน้ำท่วมครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง และเกิดความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินได้อย่างแน่นอน" นายสมพร กล่าว
นายสมพร กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่าจะเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ชุมพรอีกหลายวัน และอาจเกิดอุทกภัยขึ้นอีกครั้ง จึงจำเป็นเตรียมแผนเผชิญเหตุเอาไว้ให้พร้อม ทั้งการแจ้งเตือนภัยให้เร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือได้ทัน การอพยพผู้ประสบภัยไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 รวมทั้งการจัดเตรียมยุทโธปกรณ์ของทุกๆ หน่วยงาน และการเตรียมจัดตั้งโรงครัวเพื่อผลิตอาหารและน้ำดื่มเพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยทันที โดยต้องไม่มีใครที่ไม่มีอาหารรับประทานหรือไม่มีน้ำดื่ม และคาดว่าอาจจะมีฝนตกในพื้นที่ จ.ชุมพรไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ในขณะที่พื้นดินส่วนใหญ่ใน จ.ชุมพรอยู่ในภาวะชุ่มน้ำเต็มที่แล้ว ดังนั้น จึงไม่ควรประมาทกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นอีก////เอกชนะ นวนละมัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร
สนับสนุนโดย