น้อมเศรษฐกิจพอเพียง พ่อหลวงร. 9 เพื่อแก้ปัญหาคนไม่มีที่ทำกิน ในโครงการมูลนิธิภูมิบดินทร์ ร.10 เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ โครงการเกษตรปลอดภัย ในโครงการ “ครัวไทยสู่ครัวโลก”
1. ความเป็นมาของโครงการ
เนื่องจากสถานการณ์ของประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด COVID-19 ที่เกิดขึ้นในรอบแรกของปี พ.ศ. 2563 ส่งผลให้เกิดสภาวะการหยุดชะงักงันของระบบเศรษฐกิจของประเทศในด้านการท่องเที่ยว การส่งออกที่เป็นรายได้หลักของประเทศ ทำให้ประชาชนเกิดผลกระทบต่อรายได้และอาชีพที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง เกิดผลพวงมาถึงปัจจุบันเกิดสถานการณ์การระบาดของโควิดในรอบที่สาม ทำให้ภาคอุตสาหกรรมในส่วนโรงงานอุตสาหกรรมย้ายฐานการผลิตไปผลิตต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้า GSP จึงทำให้คนไทยที่ทำงานภาคอุตสาหกรรมต้องตกงานประมาณ 10 ล้านคน ส่งผลให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างและลงลึกฐานรากของเศรษฐกิจของประเทศไทยที่พึ่งพิงภาคอุตสาหกรรมมาโดยตลอดและละเลยภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศไทยตั้งแต่บรรพบุรุษได้ยึดเป็นอาชีพหลักมาโดยตลอด
จากสถานการณ์ดังกล่าวของประเทศไทย ทำให้แรงงานในภาคท่องเที่ยว การขนส่งออกภาคอุตสาหกรรมบางสาวนกลับคืนสู่ท้องถิ่นชนบท เพื่อแสวงหาโอกาสการอยู่รอด และประกอบอาชีพซึ่งในอดีต แรงงานเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมอาชีพจากชนบท เข้าสู่สังคมเมืองและภาคอุตสาหกรรม ปรากฏการณ์จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเมืองไทยอีกครั้ง ทำให้ภาคเกษตรหวนกลับมาเป็นที่พึ่งในสถานการณ์ช่วงเวลานี้ ดังนั้นการพัฒนาภาคการเกษตรจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญในการหันกลับมาทบทวนโดยส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาและการจัดสรรงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลอย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญมุ่งแก้ไขภาคการเกษตรทั้งระบบโดยแก้วิกฤติเศรษฐกิจให้เป็นโอกาส
ดังนั้นสมาคมสหพันธ์สวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของเกษตร ที่จะเป็นรากฐานอันดีที่จะช่วยรักษาเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ให้เกิดผลกระทบ อีกทั้งการเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาของประเทศไปสู่เศรษฐกิจพื้นฐานเป็นเศรษฐกิจทางการเกษตร ให้ทันการปรับเปลี่ยนของสังคมเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน โดยการสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจชุมชนรากฐาน โดยการน้อมนำแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยนำโคกหนองนาโมเดล มาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหลักของทฤษฏีการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจ ในแนวทางการพึ่งตนเอง
แต่ผู้ที่ตกงานส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินทำกินจึงไม่สามารถมาทำการเกษตรได้ ดังนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิภูบดินทร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระองค์ท่านเพื่อเราพนกนิกรของพระองค์ท่านที่เป็นคนไทยทั่วทั้งประเทศที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ทำกินหลายสิบล้านคน เพื่อช่วยเหลือส่งเสริมและพัฒนาความเป็นอยู่กับเราพสกนิกรของพระองค์ท่านทุกๆ หมู่เหล่าทั่วประเทศไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้มีความมั่นคงมั่งคั่งในที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินไม่ต้องหวาดระแวงว่า เหล่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะมากลั่นนแกล้งหรือแจ้งความว่าบุกรุกที่ดินของรัฐอีกต่อไป โครงการมูลนิธิภูบดินทร์จะดำเนินการช่วยเหลือส่งเสริมและพัฒนาความเป็นอยู่ของเหล่าพสกนิกรของพระองค์ท่านที่เป็นคนไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยที่อยู่อาศัยทำกินในเรื่องที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์หรืออาศัยทำกินในที่ดินของรัฐทุกประเภท เช่น ที่ดินเขตทหาร ที่ดินเขตป่าสงวน ที่ดินในเขตป่าเสื่อมโทรม ที่ดินป่าไม้ถาวร ที่ดินป่าอนุรักษ์ตามกฏหมาย ที่ดินราชพัสดุทั่วประเทศไทยเพื่อรวมเป็นเกษตรแปลงใหญ่ และจัดสรรให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินให้เช่าคนละ 2 ไร่ โดยรัฐบาลจัดงบประมาณเดินท่อน้ำพร้อมสปริงเกอร์ จัดปลูกบ้านไม้ไผ่เป็นที่อยู่อาศัยแล้วใช้แผงโซล่าเซลล์เป็นแสงสว่าง ซึ่งในพื้นที่ 2 ไร่ในอนาคตจะเพิ่มเป็น 8 ไร่ โดยใช้นวัตกรรมใหม่ๆ จัดเป็นสัดส่วนขุดบ่อเลี้ยงปลาชั้นที่ 2 เลี้ยงไก่ไข่ชั้นที่3-4 และปลูกผักสวนครัวหรือสมุนไพรเพื่อให้เกษตรกรดำเนินการดังต่อไปนี้
1. ครัวไทย สู่ครัวโลก เป็นโครงการหลัก (การพัฒนาการเกษตรทั้งระบบด้วยนวัตกรรมและการบูรณาการองค์ความรู้)
2. ครัวพอเพียง ครัวปลอดภัย (สนับสนุนพืชสมุนไพร, การเกษตรครัวเรือน, เกษตรปลอดภัย)
3. ครัวรักษาโรค สถานที่บริบาล กิจกรรมฟื้นฟู ดูแล รักษา ใช้อาหารเป็นยา
4. การผลิตและการปลูกสมุนไพร เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบเป็นยารักษาโรค ทดแทนยาปัจจุบัน
5. สนับสนุนการสร้างโรงงานถุงมือยาง จากยางพารา ใช้ป้องกัน/แพร่ระบาดของโรค
จากโครงการที่เสนอข้างต้นดังกล่าว มีความต้องการโครงการที่สนับสนุนจากรัฐบาล ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เกษตรกรและแรงงานที่ตกงานกลับคืนสู่ภูมิลำเนาเดิม และไม่มีงานทำ และไม่มีที่ดินทำกิน กลับไปทำอาชีพเกษตรกรซึ่งเป็นอาชีพเดิมของบรรพบุรุษ โดยรัฐบาลจะต้องสนับสนุนเครื่องมือปัจจัยการผลิตเบื้องต้น เช่น
1. ที่ดินประกอบอาชีพเบื้องต้นทางการเกษตร ซึ่งควรใช้พื้นที่ของมูลนิธิภูมิบดินทร์
2. รักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อความมั่นคงทางธรรมชาติ เช่น น้ำ ดิน อากาศ ที่ไม่เป็นปัญหาต่อการประกอบอาชีพ และรายได้ของประชาชน
3. จัดหาช่องทางการตลาด การจัดจำหน่ายให้เกษตรกรโดยใช้ตลาดนำการผลิต ทั้งแบบตรงและ Online
4. สร้างอาหารอุตสาหกรรมแปรรูปที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย
5. รัฐบาลควรจัดในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ และอุปกรณ์ที่พัฒนาระบบน้ำ สนับสนุนหมุนเวียนให้เกษตรกรกู้เป็นเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อลดต้นทุนการผลิต
2. หลักการและเหตุผล
จากการที่สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) ได้ยื่นหนังสือกราบเรียน ฯพณฯนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในวันประชุมคณะกรรมนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เมื่อ 1 มิถุนายน 2563 เพื่อของบโครงการสนับสนุน และสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจชุมชนฐานรากจากวิกฤต COVID-19 รอบแรก ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบ 100,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบน้ำใน 75,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ โดยมอบให้กระทรวงเกษตร และกระทรวงมหาดไทยไปบริหารระบบน้ำ จนปัจจุบัน COVID -19 ได้กลับมาอีกในรอบที่ 3 ทางสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) จึงมีความเห็นว่าควรดำเนินการ
โครงการเพื่อแก้ปัญหาผู้ที่ตกงานและไม่มีงานทำ ได้กลับมาคืนสู่ภูมิลำเนาเดิม เพื่อเริ่มต้นการประกอบอาชีพทางสมาคมชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) ขอให้รัฐบาลจัดทำงบประมาณและโครงการเพื่อสนับสนุนโครงการน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ในแนวทางพึ่งพาตนเอง เป็นโครงการนำร่องก่อน เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีกินมีใช้แบบพึ่งตนเองอย่างพอเพียง
3. แนวทางการดำเนินการ
ให้รัฐบาลนำงบประมาณที่สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ที่ของบประมาณสนับสนุนชุมชนสร้างเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก จากวิกฤต COVID-19 จำนวน 100,000 ล้านบาท ที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 เพื่อนำมาเป็นโครงการนำร่อง (Pilot Project) โดยจัดหาระบบน้ำโครงการและรัฐบาลจัดสรรที่ดินจากพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ตาม พรบ.ป่าไม้แห่งชาติ พรบ.อุทยาน พรบ.ป่าชุมชนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 หรือที่ สปก. ที่ทหาร ที่ ว่างเปล่า โดยราชการครอบครอง มอบหมายให้กรมธนารักษ์จัดสรรที่ดินเป็นที่ดิน ของ “มูลนิธิภูมิบดินทร์” เพื่อให้ผู้ตกงานกว่า 10 ล้านคนเช่าคนละ 2 ไร่ เพื่อทำการประกอบอาชีพ ตามที่ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้กำหนดในสัญญาเช่า และรัฐให้ใช้งบประมาณจัดสรรการวางระบบน้ำ บ่อน้ำ และสปริงเกอร์ ทีพักในรูปแบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” ให้ครบวงจรของพื้นที่การเกษตร ส่วนเงินทุนหมุนเวียนนั้นให้กู้จากธนาคารเพื่อการเกษตร โดยใช้บุคคลค้ำประกันกันเอง รายละ 300,000 บาท โดยรัฐบาลควรที่จะชดเชยดอกเบี้ยให้ 3 ปี
4. วัตถุประสงค์
1. เป็นการสนองพระราชดำริ โครงการโคกหนองนาโมเดล
2. เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจความยากจนโดยพัฒนาจากเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้างทั้งประเทศ
3. เพื่อให้คนยากจนมีอาหารอิ่มท้อง และมีความคิดเริ่มต้นในการประกอบอาชีพ
4. เพื่อเป็นการแก้ปัญหาคนตกงานและคนว่างงานจำนวนกว่า 10 ล้านคน ของประเทศไทย
5. เพื่อให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นเกษตรกรแปลงใหญ่ “Smart Farmer” โดยรวมกลุ่มเกษตรสร้างอาหารปลอดภัยให้เป็นไปตามต้องการของตลาดทั่วโลก
6. เพื่อรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน “จิตอาสาประชาสมาสัย” โดยสร้างเป็นเครือข่ายให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
7. จัดตั้งเป็นนิคมเศรษฐกิจพอเพียง ผลิตอาหารปลอดภัย โดยมีนโยบายพึ่งตนเอง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
8. เป็นการประกอบอาชีพให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อใช้ภูมิปัญญาพัฒนาอาชีพ ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ
9. ใช้นวัตกรรมชาวบ้านสร้างนวัตกรรมแปรรูปให้เป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP
10. เป็นแหล่งอาหารปลอดภัยอย่างแท้จริงให้เป็น “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ติดอันดับโลก
11. รัฐบาลต้องสนับสนุน และส่งเสริมผู้ลงทุนให้จัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ เพื่อเป็นการถนอมอาหาร
12. รัฐบาลต้องจัดให้มีการจัดการ พื้นที่การเกษตรและควบคุมจำนวนการผลิต และจำนวนผลผลิตในแต่ละปีด้วยเทคโนโลยี ให้เพียงพอความต้องการของตลาดและโรงงานแปรรูป
โดยเสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกรที่กลับคืนสู่ภูมิลำเนาเดิม เพื่อเริ่มต้นการประกอบอาชีพ ทางสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) จึงขอให้รัฐบาลจัดทำงบประมาณและที่ดินของรัฐที่เป็นป่าเสื่อมโทรม เพื่อสนับสนุนโครงการเศรษฐกิจพอเพียง “โคกหนองนาโมเดล” มาแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในแนวทางพึ่งตนเอง ในรูปแบบ “เศรษฐกิจพอเพียง”
5. ความต้องการโครงการที่รัฐบาลสนับสนุน
1. “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เพื่อขอให้ผู้ที่ตกงานและไม่มีงานทำ และนักศึกษาที่จบและไม่มีงานทำ และไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองให้เช่าคนละ 2ไร่ จากพื้นที่ว่างเปล่าของกรมป่าไม้แห่งชาติและกรมอุทยานแห่งชาติตาม พ.ร.บ. ปี 2562 ที่สปก, ที่ทหาร, ฯลฯ เพื่อทำการเกษตร แปลงใหญ่ตามนโยบายของ “มูลนิธิภูมิบดินทร์”
2. “ครัวไทย สู่ครัวโลก” โดยขอให้รัฐจัดวางระบบน้ำให้ทั่วถึงทุกแปลง และการควบคุมการผลิตจากสภาพดิน อากาศโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี หรือแสวงหาความร่วมมือจากต่างประเทศชั้นนำทางการเกษตร จากประเทศอิสราเอลช่วยค้นคว้าและศึกษาให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่เมืองไทย
3. ตลาดนำการผลิต โดยรัฐบาลทำระบบการจัดการข้อมูล ในการกำหนดพืชที่ปลูกโดยใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิต นำไปทำอุตสาหกรรมอาหารปลอดภัยปลอดสารพิษ “ครัวไทย สู่ครัวโลก” ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เพื่อการส่งออกอาหารเกษตร
4. การแปรรูปสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานเกษตรปลอดภัย ก็จะเป็นแนวทางแก้ปัญหา โดยการสนับสนุนให้เอกชนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตร โดยเน้นเกษตรปลอดสารพิษ เพื่อจำหน่ายทั่วดลก
5. ผู้เข้าร่วมโครงการ
1. ฝ่ายรัฐบาล
• กระทรวงกลาโหม – ใช้ที่ว่างเปล่าให้เช่า
• กระทรวงเกษตร – สนับสนุนเครื่องจักรกล แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
- สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.)
- องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อตก.)
- กรมวิชาการเกษตราเป็นผู้กำหนดโซนนิ่งและพื้นที่เพาะปลูกที่เหมาะสมรวมทั้งออกหนังสือรับรองวัตถุอันตรายเกษตรปลอดภัย
- การยางแห่งประเทศไทยทำการส่งเสริมการปลูกพืชแซมยางพืชร่วมยาง เพื่อรวบรวมผลผลิตจัดหาตลาดให้เกษตรกร
- สำนักวิจัยการเกษตรองค์การมหาชนสนับสนุนทุนวิจัย
- กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อสร้างศูนย์การเรียนรู้
• กระทรวงการคลัง
- กรมธนารักษ์ ให้เช่าพื้นที่ โดยร่างกฎระเบียบข้อบังคับ
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ดูแลเงินกู้แก่ผู้ร่วมโครงการ
• กระทรวงมหาดไทย
- ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความสะดวกตามหนังสือที่ มท.0211.5/ลว.3 กันยายน 2564 เรื่องการพิจารณาอนุมัติให้เข้าทำประโยชน์ในป่าสงวนแห่งชาติเพื่อจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)
- องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สนับสนุนวิชาชีพ การเกษตรรวมทั้งอบรมเกษตรปลอดภัยให้เกษตรกร
• กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- กรมป่าไม้แห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ และป่าชุมชนแห่งชาติ มอบที่ดินให้มูลนิธิภูมิบดินทร์
• กระทรวงพาณ