ศพดส.ตร. ร่วม ปปง.ลุยค้นยึดทรัพย์ผู้ต้องหาอาญาฟอกเงิน จากฐานความผิดคดีค้ามนุษย์
วันที่ 7 มี.ค.ที่ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร กล่าวเปิดเผยว่าตามหมายจับศาลอาญา 9 หมายจับ ศาลจังหวัดชุมพร 1 หมายจับตรวจค้นตามหมายค้นศาลอาญา 4 จังหวัด 20 เป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งรัดปราบปรามการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบและใช้มาตรการยึดทรัพย์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเพื่อตัดความสามารถในการกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศพดส.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร. ดำเนินการ โดยประสานความร่วมมือกับ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง เลขา ปปง. , พ.ต.ท.ธีรพงษ์ ดุลยวิจารณ์ ผอ.คด.๔ ปปง. นางชลธิชา ดาวเรือง ผอ.คด.3 ปปง. เจ้าหน้าที่ ปปง.และชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. ร่วมกันวางแผนตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิดฐานค้ามนุษย์และฐานความผิดที่เกี่ยวข้องในคดีอาญาฟอกเงิน
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวถึงพฤติการณ์ ในคดีกล่าวคือ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.8 ได้จับกุมขบวนการขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ในพื้นที่ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และในวันที่ 6 กันยายน 2564 ยังสามารถจับกุมขบวนการขนแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ สภ.มาบอำมฤต จ.ชุมพร และ สภ.เขานิพันธ์ จ.สุราษฎร์ธานี และได้ดำเนินคดีในความผิดฐานค้ามนุษย์ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ พ.ร.บ.คนเข้าเมืองขบวนการดังกล่าวนั้นมีการขนส่งแรงงานชาวเมียนมา จากฝั่ง อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อไปส่งประเทศปลายทางที่มาเลเซีย และต่อมาศาลจังหวัดทุ่งสง ได้มีคำพิพากษาจำเลยที่ถูกจับกุม สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ในความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยศาลพิพากษาจำคุกผู้ต้องหา 6 ปี จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา พบว่ามีความเชื่อมโยง กับขบวนการค้ามนุษย์ และเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ปปง. ได้ร้องทุกข์ดำเนินคดีในความผิดอาญาฟอกเงินอันเป็นมูลฐานความผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านมาบอำมฤต จ.ชุมพร ตามคดีอาญาที่ 36/2556 ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ศพดส.ตร. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ปปง. พบเส้นทางการเงินที่เข้าข่ายคดีอาญาฟอกเงินของกลุ่มเครือข่ายผู้ต้องหา และรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 9 คน หมายจับศาลจังหวัดชุมพร จำนวน 1 คน ในความผิดอาญาฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน และขอหมายค้นศาลอาญาเข้าค้นเพื่อจับและยึดอายัดทรัพย์ผู้ต้องหา ในพื้นที่ 4 จังหวัด 20 เป้าหมาย ได้แก่ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ภูเก็ต และจังหวัดปัตตานี โดยผลการตรวจค้น สรุปการดำเนินการได้ ดังนี้ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาผู้ต้องหา 3 คน สัญชาติเมียนมาร์ หลบหนีอยู่นอกราชอาณาจักร ประสาน ตท.ขอออกหมาย red notice ไว้แล้วและอายัดบัญชีธนาคารของกลุ่มผู้ต้องหาทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ จำนวน 25 บัญชี พบเงินหมุนเวียนในบัญชีดังกล่าวรวมกว่า 980 ล้านบาท
นอกจากนี้ได้ทำการอายัด ยึด บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 6 หลัง รถยนต์ 10 คัน รถจักรยานยนต์ 10 คัน อายัดเรือผู้ต้องหาและหุ้นส่วนเพื่อตรวจสอบจำนวน 11 ลำ รถยนต์บรรทุกแช่แข็ง 2 คัน สะพานปลา 1 แห่ง และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่ารวมประมาณ 150 ล้านบาทซึ่งผู้ต้องหาและทรัพย์สินที่ตรวจยึดอายัด จะดำเนินการส่งมอบให้ สภ.มาบอำมฤต จว.ชุมพร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การบูรณาการร่วมกันของทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศพดส.ตร. และเจ้าหน้าที่ ปปง.นี้ จะร่วมกันดำเนินการตรวจสอบและยึดอายัดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีค้ามนุษย์ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล และจะทำการสืบสวนขยายผลไปยังทรัพย์สินของบุคคลชั้นที่ 2 ได้แก่ ญาติพี่น้อง ครอบครัว ที่มีทรัพย์สินที่มีความเกี่ยวข้อง หรือได้มาจากการกระทำผิดฐานดังกล่าว เพื่อทำการยึดทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป
สนับสนุนโดย