วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

ตำรวจ ปส.ทลายเครือข่ายขนยาเสพติดข้ามชาติ อำพรางในกรอบรูป ส่งผ่านระบบ Logistics ส่งออกต่างชาติทางเรือ แกะรอยทลายแหล่งพักยา จับนักค้ามาเลเซีย-ฮ่องกง ระดับสั่งการได้พร้อมด้วยของกลางเฮโรอีน 94 กก.ไอซ์ 162 กก. 
.

จากการปราบปรามอย่างหนักของตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ NSB เดินหน้าทำลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ และรายย่อย ตามนโยบายเร่งด่วนของ "พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร" พบว่าสถานการณ์ยาเสพติดขณะนี้ ผู้ค้ายาเสพติดมีความพยายามในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ระบบขนส่ง Logistics ในการลักลอบขนยาเสพติด 

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.สมกิต พุ่มวารี ผบก.ขส.บช.ปส., พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.สกส.บช.ปส., พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ ผบก.ปส.1,พล.ต.ต.ธนรัชน์  สอนกล้า ผบก.ปส.2,พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.ปส.3 
.
แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้าเฮโรอีนรายใหญ่ระดับสั่งการ จับกุมผู้ต้องหา 8 ราย ตรวจยึด เฮโรอีน 94 กก., ไอซ์ 182 กก., ยาบ้า 7 แสนเม็ด, คีตามีน 25 กก. และสารเสพติดไม่ทราบชนิด (อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์) 1,250 ขวด 
.
คดีแรก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 - 11 เมษายน ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานร่วมภายใต้โครงการปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศท่าเรือสากลของอาเซียน หรือ Seaport Interdiction Task Force (SITF) ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส., ศุลกากร และศูนย์รักษาความปลอดภัย เข้าตรวจสอบพัสดุหลังพบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ที่คลังสินค้าแห่งหนึ่ง เขตบึงกุ่ม พบเฮโรอีนน้ำหนักกว่า 30 กก. ซุกซ่อนไปกับแผ่นเรซิ่นลายแผ่นไม้ เตรียมส่งออกไปประเทศออสเตรเลีย 
.
เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนขยายผลจนทราบว่า ผู้ส่งสินค้าคือ น.ส.กานดา (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ก่อนจะถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา สารภาพว่า เป็นผู้ส่งเฮโรอีนจริง โดยใช้บัตรประชาชนของผู้อื่นในการจัดส่ง ส่วนยาเสพติดรับมาจากชายรู้จักเพียงว่าชื่อ“เถ้าแก่” พูดภาษาจีน โดยมี “นายตี๋” ช่วยแปลภาษาและจ่ายเงินว่าจ้าง ซึ่งถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา ส่วนผู้รับปลายทางเป็นลูกครึ่งไทย – ออสเตรเลีย
.
ต่อมาเจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนี้ จะส่งยาเสพติดไปต่างประเทศในช่วงใกล้วันสงกรานต์ อีกครั้ง จึงขยายผลจากฐานข้อมูล (Big data) ที่ บช.ปส. มีอยู่ กระทั่งวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมาสามารถจับกุม Mr.LEUNG หรือเฮีย หรือเถ้าแก่ สัญชาติมาเลเซีย ระดับสั่งการ ได้ที่ปั๊มน้ำมัน ย่านพระราม 3 พร้อมไอซ์กว่า 2 กก. ซุกซ่อนในกรอบรูปเตรียมส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น 
.
จากนั้นขยายผลจับกุมนายจายหลู่ หรือตี๋ ชาวไทยใหญ่ ได้ที่ปั๊มน้ำมันในซอยสาธุประดิษฐ์ 15 พร้อมสอบสวน และขยายผลเพิ่มเติมก่อนเข้าตรวจค้นที่พักย่าน ถ.พระราม 3 เป็นห้องสำหรับจัดเตรียมยาเสพติดเพื่อซุกซ่อนไปกับสินค้าชนิดต่าง ๆ ผลการตรวจค้นพบไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า น้ำหนักกว่า 13 กก., และไอซ์ ลักษณะเป็นเกล็ดผสมกับเนื้อซิลิโคน 2 แผ่น น้ำหนักกว่า 18 กก. ซุกซ่อนในกรอบรูปผ้าใบ 2 กรอบ, ไอซ์ ลักษณะเหลวเหนียวข้น 1 กก. และของเหลวบรรจุอยู่ในขวด แสดงสินค้าเป็น Massage Oil 1,250 ขวด ตรวจทดสอบเบื้องต้นด้วยน้ำยาทดสอบยาเสพติดพบเปลี่ยนสี หลังจากนี้จะส่งไปตรวจกับสถาบันตรวจพิสูจน์ว่าเป็นสารเสพติดชนิดใด
.
นอกจากนี้ยังจับกุม Mr.Kai สัญชาติฮ่องกง ได้เพิ่มอีก 1 ราย จากนั้นได้เข้าตรวจค้นห้องพัก 2 ห้อง ภายในคอนโด ย่านถนนเลี่ยงวงแหวนอุตสาหกรรม พบเฮโรอีน น้ำหนักกว่า 64 กก. และ ไอซ์กว่า 128 กก. 
.
ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากฐานข้อมูล Big Data พบว่า ผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับการจัดส่งพัสดุไปต่างประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศซึ่งจะต้องสืบสวนขยายผลการจับกุมบุคคลหรือกลุ่มเครือข่ายต่อไป

คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส. และ บก.ขส. ร่วมกันจับกุมนายณัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี และ น.ส.อรุณี (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายดังกล่าวเตรียมนำยาเสพติดจำนวนมากจาก จว.เชียงราย มาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคตะวันออก จึงวางกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ตลอดเส้นทางที่คาดจะขับผ่าน ก่อนจะสกัดจับกุมได้ที่ริมถนนหมายเลข 3543 อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจค้นรถพบยาบ้า 7 แสนเม็ด ซุกซ่อนในรถยนต์ หมายเลขทะเบียน กท 30xx สุโขทัย ทั้งนี้ได้ตรวจยึดรถคันดังกล่าว พร้อมโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง โดยกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองว่า “ร่วมกัน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
.
คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส. ร่วมกับ บก.ขส.และ บก.ปส.3 จับกุม นายณรงค์ศักดิ์(สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี และนายพิชา(สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี หลังได้รับแจ้งว่า 2 ผู้ต้องหา จะลำเลียงยาเสพติด จากภาคเหนือ มาส่งมอบให้ลูกค้าใน จว.นนทบุรี โดยใช้รถยนต์ 2 คัน สำหรับซุกซ่อนยาเสพติดและสำรวจเส้นทาง จึงวางกำลังในเส้นทางที่รถลำเลียงผ่าน กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ บริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ต่อเนื่อง บริเวณภายในปั้มน้ำมัน PTT Station ปตท.เขาทอง ตรวจค้นรถต้องสงสัยพบไอซ์ 20 กก. และ เคตามีน 25 กก. ซุกซ่อนในรถยนต์ หมายเลขทะเบียน 7กฬ 63xx กรุงเทพมหานคร พร้อมตรวจยึดรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง โดยกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน หรือเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2(คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”
.
ขณะที่ยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดมาได้นั้นพนักงานสอบสวนจะส่งไปตรวจพิสูจน์ยังหน่วยที่กำหนดไว้ อาทิ สำนักงาน ป.ป.ส.,กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หลังจากนั้นยาเสพติดของกลางจะถูกเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อการทำลายต่อไป

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
#Royalthaipolice
สมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าว และสื่อมวลชนนานาชาติ
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

โพสต์ข่าวแนะนำ

พล.ต.ต.สุวิชชา จินดาคำ ผู้บังคับการบก.กต.10 จเรตำรวจ เข้าตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ 2567 ณ สน.ชนะสงคราม

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ พล.ต.ต.สุวิชชา จินดาคำ  ผู้บังคับการบก.กต.10 จเรตำรวจ เข้าตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ 2567  ณ สน.ชนะสงคราม  วั...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ