วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2566

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์





นาทีนี้โควิด-19 ก็ยังระบาดไม่หยุด เศรษฐกิจก็ยังดิ่งเหว นอกจากจะต้องระวังตัวปิดแมส ล้างมือ เว้นระยะห่าง ไม่ไปอยู่ในที่สุ่มเสี่ยงแล้ว อะไรดีที่ใครว่าดีก็ต้องหามาพกติดตัว เป็นการสร้างกำลังใจในการทำมาหากิน เดินสายทำบุญไหว้พระไหว้เจ้าช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด ด้าน “จิลล์ จักรพงศ์ การสมพรต” อดีตนักร้องฝาแฝด แจ๊คจิลล์ กูรูกุมารทองเครื่องรางของขลัง ก็ได้เผยถึง สุดยอดเครื่องรางทั้ง 5 สาย สายอำนาจบารมี , สายเงินทอง , สายโชคลาภ , สายป้องกัน และสายเสน่ห์เมตตามหานิยม ที่ควรจะต้องพกติดตัวสู้เศรษฐกิจและโควิด พร้อมทั้งเผยเคล็ดลับการบูชา 


1.เครื่องรางสายอำนาจบารมี

ที่สุดของเครื่องรางสายบารมีคือ “ครุฑ


มีอำนาจสูงสุด เป็นสัญลักษณ์ประจำราชการ มีอำนาจบารมี คำสั่งต่างๆ , ประกาศต่างๆ , ใบที่ดิน , ออกคำสั่งโยกย้ายแต่งตั้ง , ออกประกาศพรก.ฉุกเฉิน , หมายศาล เอกสารราชการฯลฯ ก็จะมีครุฑ ครุฑแสดงถึงบารมีอำนาจ ครุฑคือความศักดิ์สิทธิ์บารมีอำนาจต้องทำตาม บ้านใครมีครุฑ ก็จะมีบารมีทรัพย์สมบัติ พลังงานที่เป็นพญาครุฑจะส่งเสริมการเงินการปกครอง เหมาะกับคนที่ทำธุรกิจขนาดใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ หรือเหมาะกับเจ้าแม่เงินกู้ ทำงานเกี่ยวกับที่ดิน ค้าขายที่ดิน ต้องติดต่อราชการ ไม่เหมาะกับกับพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดร้านขายของ เพราะจะมีบารมีเหนือลูกค้า ลูกค้าหนีหมด 


                                   


สำหรับ ครุฑ หรือ พญาครุฑ คือ สัตว์กึ่งเทพที่ปรากฏอยู่ในปกรณัมของอินเดีย และวรรณคดีเรื่องมหาภารตะ มีลักษณะครึ่งคนครึ่งอินทรีย์ ทรงอิทธิฤทธิ์ มีชีวิตเป็นอมตะ มีพละกำลังมหาศาล แต่ก็ยังเป็นผู้นอบน้อมและมีความกตัญญู ทำให้มีผู้นับถือสวดคาถาบูชาครุฑ เพื่อเสริมบารมีและความเป็นสิริมงคล


ไทยได้รับอิทธิพลและคติความเชื่อมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่เชื่อว่าครุฑเป็นพาหนะของพระนารายณ์ ทำให้เรื่องราวของพญาครุฑปรากฏอยู่ในพิธีกรรม สถาปัตยกรรม วรรณคดี คนไทยเรียกครุฑอีกชื่อหนึ่งว่า "สุบรรณ


คาถาบูชาพญาครุฑ แบบย่อ

โอมพญาครุฑจะเห็นผลหลีกไปให้พ้น

พญาหนจะเดินทาง เคาะงอ เคาะงอ

โอม คะรุทา โอม คะรุทา โอม คะรุทา

ครุฑโธ ครุฑธา ปฏิเสวามิ

(สวด 3 จบ)


เครื่องรางสาย เรียกเงิน เรียกงาน

ครบเครื่องที่สุดต้องยกให้ “กุมารทอง” ใช้เรียกลูกค้า ค้าขาย การเงิน ดลใจ พรายกระซิบ แก้ผีร้าย ผีเกเร กุมารทองปราบหมด จะปกปักรักษาผู้บูชา ใครเป็นพ่อเป็นแม่จะป้องกันให้ ซึ่งกุมารทองที่โด่งดังที่สุดคือกุมารทองหลวงพ่อเต๋คงทอง ของแท้ของเก่าราคาหลักล้าน

                                  

กุมารทองแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือกุมารทองที่เอาวิญญาณมาสิงในหุ่น มักนิยมใช้ในหมู่ร่างทรงหมอดู และแบบที่ 2 คือ กุมารทองที่ปลุกเสกด้วยวิชาอาคมให้เป็นตัวเป็นตน ไม่มีวิญญาณเข้าสิงแต่เป็นการปลุกเสกให้เกิดพลัง กุมารทองแบบนี้จะทำยากสุด ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอาคมทางนี้เท่านั้น 


วิธีการบูชาคือ ต้องเรียก พูดคุย เรียกไปไหนมาไหนบ่อยๆ จัดสำรับข้าวอาหาร คาวหวาน ขนมให้ แล้วแต่เรากำหนดอาทิตย์ละ 1 ครั้งก็ได้ หรือเฉพาะวันพระ เพียงแค่บอกกล่าวจะให้อย่างไร


การนำกุมารทองเข้าบ้าน ให้จุดธูป 5 ดอกบอกเจ้าที่ว่า เราจะนำกุมารทองนี้ ชื่อนี้เข้ามาเพื่ออะไร ก็บอกกล่าวไป ส่วนการการวางกุมารทองให้หามุมที่เหมาะสม หันไปทางทิศไหนก็ได้ เช่นหลังตู้เย็น หรือจะวางรวมกับหิ้งพระก็ได้ วางรวมกับเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ก็ได้ แต่เวลาถวายของให้แยกถวาย


เคล็ดลับในการทำให้กุมารทองเก่งมีฤทธิ์ใช้ได้ผลเร็วที่สุดคือ เอาใจใส่ ไปไหนมาไหนพยายามนึกถึงเขา เรียกไปด้วยกินอะไรก็เรียกกินด้วย ทำแบบนี้จะปังสุดๆ 


เครื่องรางสาย โชคลาภ เหนือดวง

ที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดก็คือ “เบี้ยปี้” เมื่อ 40 ปีที่แล้วซินแสชาวจีน ได้มาควานหาเบี้ยปี้หรอชิปที่ใช้เล่นในบ่อนตั้งแต่สมัยโบราณของเมืองไทย เพื่อนำเบี้ยปี้ไปสร้างคาซิโนในมาเก๊า ซินแสจีนสั่งให้เอาเบี้ยปี้ที่มาจากไทย เอาไปทำพิธีฝังในห้องเก็บเงินและชิป เพื่อให้เป็นพลังงานด้านโชคลาภเหนือดวง บ่อนคาซิโน่แต่ละที่จะมีการวางเคล็ดลับ ทำให้ดวงของผู้เล่นตก ดวงดีแค่ไหนก็ไม่สามารถชนะบ่อนได้ ในยุคนั้นมีคนจากบ่อนมาเก๊ามาโกยเบี้ยปี้ของเมืองไทยไปมากมาย มีเท่าไหร่เอาหมด อันนี้คือเรื่องจริงที่ผมรู้มาจากเจ้าของคาสิโนหลายๆ แห่งในมาเก๊า

                                  


คนจีนและมาเก๊ามีความเชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลังของบ้านเรามาก สำหรับ “เบี้ยปี้” นั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณตั้งแต่สมัยอู่ทอง สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ มีบ่อนเบี้ยเยอะมาก คนในยุคนั้นชอบเล่นการพนันติดการพนันถึงขั้นเอาลูกเอาเมียไปขัดดอก เรื่องนี้ลาลูแบร์ได้บันทึกไว้


เบี้ยปี้ส่วนใหญ่จะอยู่บนแพ บนบกก็มี เบี้ยปี้ใช้แทนเงินได้ ซื้อขนมอาหารหน้าบ่อนต่างๆ ได้ เอามาใช้หนี้ได้ เจ้าของบ่อนจะนำเบี้ยปี้ของบ่อนตัวเองทั้งหมดไปให้ผู้มีวิชาอาคม เกจิอาจารย์ จอมขมังเวทย์ในยุคนั้นๆ ไปทำพิธีเป่าปลุกเสกเพื่อดูดเงิน เรียกเงินเรียกทอง กินเรียบ กินลูกเดียว ไม่มีจ่ายออก 


ต่อมามีการยกเลิกบ่อน เบี้ยปี้ก็เลยกลายเป็นเครื่องรางของขลังโชคลาภ เป็นที่ต้องการของผู้ที่ต้องการมีโชค ควรนำมาใช้เป็นเครื่องรางในการทำมาหากิน จะเพิ่มพูนเงินทองมากมาย


เครื่องราง สายป้องภัย 

เบี้ยแก้นับเป็นเครื่องรางของขลัง กลับร้ายให้กลายเป็นดี ป้องกันสิ่งเลวร้ายอัปมงคล ป้องกันภูติผี แคล้วคลาดปลอดภัยอันตราย เป็นเครื่องรางของขลังที่เกิดจากภูมิปัญญา หลายพระเกจิคณาจารย์ของไทยโดยแท้ การสร้างสรรค์คัดเลือก "หอยเบี้ยจั่นที่ต้องมีฟันครบ 32 มาลงคาถาอาคม กรอก “ปรอท” ลงในตัวเบี้ย ปิดปากด้วย “ชันโรง” ห่อด้วย “แผ่นตะกั่ว” ลงอักขระเลขยันต์ ห่อหุ้มด้วย “ด้ายถัก” ปิดท้ายด้วย “การลงรัก” เพื่อการเก็บรักษา 

                                     


ทุกขั้นตอนดังกล่าวจะต้องมีการบริกรรมคาถาเพื่อสร้างความเข้มขลังตลอดพิธีกรรม โดยแต่ละเกจิอาจารย์ก็จะมีเคล็ดวิชาอาคมที่แตกต่างกันไป ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำเบี้ยแก้มาผูกเอวหรือห้อยคอ หรือนำมาแช่น้ำมนต์ดื่มหรืออาบ เพื่อแก้และป้องกันคุณไสย รวมถึงสิ่งเลวร้ายต่างๆ ไม่ให้เข้ามากล้ำกราย


เป็นเครื่องรางที่ไม่มีข้อห้ามอะไรยุ่งยาก ใช้พกอย่างเดียวจะไปรอดใต้ถุนอะไรได้หมด แต่ห้ามทำหล่นเบี้ยแตกน้ำปรอทไหลไม่ควรเอามาใช้อีก 


เครื่องรางสาย เสน่ห์เมตตา 

เครื่องรางสายเสน่ห์เป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน เพราะต่อให้เก่งแค่ไหน มีบารมีแค่ไหน ก็ย่อมจะอ่อนละทวยให้กับเสน่ห์เมตตา มีนะเมตตาดี จะทำมาค้าขายอะไรก็ง่าย เป็นที่รักของผู้คน ย่อมนำพามาซึ่งโอกาสดีๆ เครื่องรางสายเสน่ห์เมตตานั้นมีมากมายทั้ง สีผึ้ง , ขี้ผึ้ง , แม่เป๋อ , อิ้น ,ว่าน , ผงยาแฝก , ม้าเสพนางฯลฯ แต่ที่เป็นที่สุดคือ “น้ำมันพราย” สุดยอดของแรงเครื่องรางสายเสน่ห์ เป็นที่ต้องการของชายหญิงมากที่สุดตั้งแต่ในอดีต 

                                    


น้ำมันพรายเป็นเครื่องที่ถูกกล่าวขานมาตั้งแต่อดีต แต่น้ำมันพรายที่แรงสุดตามตำราคือ น้ำมันพรายผีตายท้องกลมเป็นสุดยอดเครื่องรางสายเสน่ห์ เพราะการตายทั้งกลมเป็นการตาย 2 ชีวิต ตายอาลัยอาวรณ์ ความเฮี้ยน ความแรงอาฆาต กิเลสต่างๆ มีความทวีคูณมากกว่าปกติ ผู้มีวิชาอาคมจะปลุกเสกนำพลังงานนั้นมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเป็นการนำพลังงานที่มีความแรงมาใช้ในด้านบวก(ใช้ในทางเสน่ห์ ไม่ได้ใช้ทำร้ายใครไม่ใช่การนำเอาวิญญาณมาใช้


ปัจจุบันเรื่องราวเหล่านี้ได้เสื่อมถอยไปแล้ว หาอาจารย์ที่มีวิชาอาคมแบบนี้ได้น้อยมาก ผู้ที่ใช้เครื่องรางน้ำมันพรายต้องพิจารณาให้ดี เพราะอาจจะเจอของปลอมหรือนำเอาวิญญาณมาพกติดตัว ไม่ใช่การปลุกเสกนำพลังงานมาใช้ดังเช่นผู้มีวิชาอาคมทำกัน และจะรู้วิธีการนำพลังงานมาใช้ในด้านบวก


เครื่องรางต่างๆ ควรนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และถูกวิธี จะนำมาซึ่ง เงินทอง งาน เจ้านายรัก โอกาสที่ดีกว่าคนอื่นเป็นกำลังใจให้ลุยฝ่าฟันให้สำเร็จ ถ้านำไปใช้ในทางที่ผิด ใช้ผิดศีลธรรม ก็จะมีแต่ปัญหา เสียเงินทอง วุ่นวายในชีวิตโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน



สนับสนุนโดย


                              








รายงานข่าว




                               

โพสต์ข่าวแนะนำ

พล.ต.ท.ดร.ปิยะ ต๊ะวิชัย ที่ปรึกษาผบ.ตร. เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด (3 มิ.ย.) แด่ ดร.นฤมล สุรเศรษฐ (ประธานกรรมการ L.S.Jewelry Group) (3 มิ.ย.) และ ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ (กต.ตร.กทม. -ประธานสภาฯเขตพระนคร) (24 มิ.ย.)

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ พล.ต.ท.ดร.ปิยะ ต๊ะวิชัย ที่ปรึกษาผบ.ตร. เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด (3 มิ.ย.) แด่ ดร.นฤมล สุรเศรษฐ ...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ