วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2566

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์

อยุธยา - รองนายกฯ ประวิตร ลงพื้นที่ตรวจติดตามแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และแผนพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกำชับเร่งลดปัญหาแล้งในพื้นที่

วันนี้ (8 มี.ค. 66) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมคณะ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพบปะประชาชนในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.สระบุรี 
โดยช่วงแรกได้ตรวจติดตามแผนงานและโครงการสำคัญในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ณ วัดสะตือพุทธไสยาสน์ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ในการนี้ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับและบรรยายสรุปภาพรวมของจังหวัด จากนั้น นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช.ได้นำเสนอแผนบรรเทาอุทกภัยพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่างและแผนงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน นำเสนอความก้าวหน้าโครงการระบายน้ำหลาก ชัยนาท - ป่าสัก - อ่าวไทย ตามแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง และการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเขตอำเภอท่าเรือ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนพระรามหก  และ นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นำเสนอโครงการก่อสร้างในแผนการพัฒนาในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี ได้พบปะทักทายประชาชน ก่อนเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำของ จ. สระบุรี 
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พลเอก ประวิตรฯ ได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานต่างๆ สำหรับพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีสภาพโดยรวมเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมักประสบปัญหาน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่ทำกิน รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจ จึงได้มอบหมายให้ สทนช. เร่งรัดการดำเนินการตามแผนการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง 9 แผน โดยเฉพาะโครงการคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก, ป่าสัก-อ่าวไทย และบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยพื้นที่อำเภอท่าเรือ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำจากเขื่อนพระรามหก มอบกรมชลประทานเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้  รวมถึงซ่อมแซมอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานเพื่อเตรียมรับฤดูน้ำหลากที่จะมาถึง พร้อมมอบกรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งก่อสร้างกำแพงป้องกันน้ำท่วมบริเวณเขตโบราณสถานเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้  รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม 10 มาตรการรองรับฤดูแล้งและรายงานผลต่อ กนช. อย่างต่อเนื่อง และขอให้จังหวัด เร่งสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์โครงการด้านทรัพยากรน้ำ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในโครงการต่างๆ ของหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมถึงความก้าวหน้าในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีปัญหาอุทกภัยในพื้นที่บ่อยครั้ง รัฐบาลได้ดำเนินการตามแผนบรรเทาอุทกภัยพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง มีผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ปี 61 – 65 มีแผนงาน/โครงการ จำนวน 1,058 แห่ง/บ่อ พื้นที่รับประโยชน์ 228,806 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 15,592 ครัวเรือน และดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ระยะทางประมาณ 11,400 เมตร สำหรับปีงบประมาณ ปี 66 -  67 ตัวอย่างโครงการสำคัญที่จะดำเนินการไ ด้แก่ โครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนบางปะอิน โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ประตูระบายน้ำปากคลองบางหลวง ต.บางหัก อ.บางบาล เป็นต้น 
นายชูชาติ  รักจิตร  รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง เป็น 1 ใน 9 แผนงานของแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) มีมติเห็นชอบในหลักการ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและน้ำแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ด้วยการปรับปรุงระบบชลประทานตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนพระรามหก ถึง คลองชายทะเล มีการปรับปรุงขุดขยายคลองชลประทานเดิม จำนวน 26 คลอง ความยาวรวมประมาณ 490 กิโลเมตร รวมทั้งก่อสร้างและปรับปรุงอาคารบังคับน้ำเพิ่มเติม บริเวณคลองต่างๆ ให้สามารถระบายน้ำได้มากขึ้น วางแผนดำเนินการไว้ 6 ปี (พ.ศ. 2567 – 2572) หากสามารถดำเนินการได้จนแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเดิม 210 ลบ.ม./วินาที เป็น 400 ลบ.ม./วินาที เป็นแหล่งเก็บกักน้ำในคลองสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 18 ล้าน ลบ.ม./ปี ที่สำคัญจะช่วยบรรเทาอุทกภัยและลดพื้นที่น้ำท่วมได้มากถึง 276,000 ไร่ 
นอกจากนี้ กรมชลประทานยังได้วางแผนโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท – ป่าสัก - อ่าวไทย ซึ่งเป็นแผนระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำหลาก ด้วยการก่อสร้างคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำของคลองชัยนาท - ป่าสักได้ประมาณ 930 ลบ.ม./วินาที คู่ขนานกับคลองส่งน้ำอีก 130 ลบ.ม./วินาที มีการก่อสร้างเขื่อนพระรามหกแห่งใหม่ทดแทนเขื่อนพระรามหก ที่มีอายุการใช้งานมาเกือบ 100 ปี รวมทั้งก่อสร้างคลองระบายน้ำป่าสัก-อ่าวไทย ที่จะใช้ระบายน้ำต่อเนื่องจากคลองชัยนาท - ป่าสัก ที่จะช่วยตัดยอดน้ำหลากในแม่น้ำป่าสักได้ประมาณ 600 ลบ.ม./วินาที ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตอำเภอท่าเรือ รวมถึงพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร จนถึงจังหวัดสมุทรปราการอีกด้วย
นายพงศษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดี รายงานว่า กรมโยธัชธิการและผังเมืองในแผนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีภารกิจอยู่ 2 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 การป้องกันน้ำท่วมพื้นที่โบราณสถาน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 5 แห่ง ได้แก่ วัดไชยวัฒนาราม วัดธรรมาราม วัดนิเวศธรรมประวัติ วัดพนัญเชิง และวัดกษัตราธิราช และพื้นที่ชุมชน ได้ศึกษาออกแบบไว้ 9 ชุมชน ได้แก่ เกาะเมืองอยุธยา อโยธยา เสนา-สามกอ ท่าเรือ ท่าหลวง นครหลวง อรัญญิก บางบาลและบางปะอิน ครอบคลุมพื้นที่ 62 ตารางกิโลเมตร มีผู้ได้รับประโยชน์ 53,600 ครัวเรือน โดยได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ 3 พื้นที่ ได้แก่ เกาะเมืองอยุธยา อโยธยา และเสนา-สามกอ สำหรับพื้นที่อื่นๆจะทยอยดำเนินการต่อไป
สำหรับด้านที่ 2 การป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำสายหลัก ซึ่งมีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2539 จำนวนรวม 101 โครงการ ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 75 โครงการ ทั้งนี้ ในอำเภอท่าเรือ มีการดำเนินการก่อสร้างแล้วจำนวน 5 โครงการ ความยาว 1,229 เมตร ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้แก้ไขความเดือดร้อน เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เดชา  อุ่นขาว  รายงานจากอยุธยา
สนับสนุนโดย
 รายงานข่าว

โพสต์ข่าวแนะนำ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 15.6 ล้านบาท มอบของขวัญวันเด็ก แบ่งปันความรัก เสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569

สำนักงานหนังสือพิมพ์ทันใจนิวส์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ทุ่มงบกว่า 15.6 ล้านบาท มอบของขวัญวันเด็ก แบ่งปันความรัก เสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวช...

ข่าวดัง ยอดนิยม คนสนใจ

ข่าวดังรายสัปดาห์ HOT NEWS